เปลี่ยนแบต AirTag ทำเองได้ใน 1 นาที เช็กอาการและวิธีทำที่นี่
Apple AirTag ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องชาร์จไฟ แต่เมื่อถึงเวลา แบตเตอรี่ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อให้ทำงานติดตามของสำคัญของคุณได้อย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนแบต AirTag เป็นเรื่องง่ายที่ทำได้เองในไม่กี่นาที ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ แค่สังเกตการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำใน iPhone และใช้แบต CR2032 ก็พร้อมใช้งานต่อได้ทันที
จับประเด็นสำคัญ
- AirTag ใช้แบตเตอรี่แบบเม็ดกระดุมรุ่น CR2032 ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป
- iPhone จะส่งการแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดผ่านแอป Find My
- ขั้นตอนการเปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
- แบตเตอรี่หนึ่งก้อนมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน
มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง
สำหรับผู้ใช้งาน AirTag ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ทุกวันเหมือนอุปกรณ์อื่น แต่ต้องคอยสังเกตการแจ้งเตือน ‘Low Battery’ ในแอป Find My เมื่อได้รับการแจ้งเตือน ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้การติดตามตำแหน่งขาดตอน การเปลี่ยนแบตที่ง่ายและรวดเร็วหมายความว่าคุณสามารถดูแลรักษาอุปกรณ์ได้ด้วยตัวเอง ทำให้ AirTag พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)
- การแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ: สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการแจ้งเตือนจาก iPhone และข้อความ ‘Low Battery’ ที่แสดงใต้ชื่อ AirTag ในแอป Find My
- ประเภทแบตเตอรี่: ควรเลือกซื้อแบตเตอรี่ CR2032 ที่บนบรรจุภัณฑ์ระบุว่า ‘Compatible with AirTag’ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสัมผัสไม่ดีที่อาจเกิดจากสารเคลือบบนแบตเตอรี่บางยี่ห้อ
- การกำจัดแบตเตอรี่เก่า: ไม่ควรทิ้งแบตเตอรี่ลิเธียมที่ใช้แล้วลงในถังขยะทั่วไป ควรหาจุดรับทิ้งแบตเตอรี่ตามร้านค้าหรือศูนย์รีไซเคิลในพื้นที่ของคุณ
วิธีเปลี่ยนแบตเตอรี่ AirTag ทีละขั้นตอน
กระบวนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ AirTag นั้นตรงไปตรงมาและใช้เวลาไม่ถึงนาที โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เปิดฝาครอบ: วาง AirTag โดยให้ด้านที่เป็นสแตนเลสเงาหงายขึ้น กดลงไปบนฝาครอบแล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาจนสุด
- ถอดแบตเตอรี่เก่า: ยกฝาครอบออก แล้วนำแบตเตอรี่เก่าออก
- ใส่แบตเตอรี่ใหม่: นำแบตเตอรี่ CR2032 ก้อนใหม่ใส่เข้าไป โดยให้ด้านที่มีเครื่องหมายบวก (+) หงายขึ้น เมื่อใส่ถูกต้อง AirTag จะมีเสียงสั้นๆ ดังขึ้นเพื่อยืนยันว่ามีไฟเข้าแล้ว
- ปิดฝาครอบ: นำฝาครอบกลับไปวางให้ตรงกับช่อง 3 ช่องบนตัว AirTag กดเบาๆ แล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาจนสุด ฝาควรจะเรียบสนิทและล็อคเข้าที่อย่างแน่นหนา
หลังจากเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว AirTag จะเชื่อมต่อกับ Apple ID ของคุณโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องทำการจับคู่หรือตั้งค่าใดๆ ใหม่
เปลี่ยนแบตแล้วไม่มีเสียงเตือน ทำอย่างไร?
หากใส่แบตเตอรี่ใหม่แล้วไม่ได้ยินเสียง ให้ลองตรวจสอบอีกครั้งว่าใส่แบตเตอรี่ถูกด้านหรือไม่ (ด้านบวกต้องหงายขึ้น) หากยังคงเงียบ ให้ลองใช้แบตเตอรี่ CR2032 ก้อนอื่น เนื่องจากแบตเตอรี่บางยี่ห้ออาจมีสารเคลือบที่หนาเกินไป ทำให้หน้าสัมผัสทำงานได้ไม่ดีพอ
ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว | ผลตรวจสอบของ AI | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ประเภทแบตเตอรี่ที่ใช้ | CR2032 lithium 3V coin battery | เนื้อหาระบุประเภทแบตเตอรี่เป็น CR2032 ถูกต้องตรงตามแหล่งข่าว | ตรง |
| สัญญาณเตือนแบตหมด | iPhone notification and ‘Low Battery’ message in Find My app | ยืนยันว่าการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำจะแสดงในแอป Find My ตามที่แหล่งข่าวระบุ | ตรง |
| อายุการใช้งานแบตเตอรี่ | Lasts about a year under typical use | ระบุว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 1 ปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล | ตรง |
| ขั้นตอนการเปลี่ยน | Press down, rotate counterclockwise, swap, rotate clockwise to close | ขั้นตอนการเปิด-ปิดฝาครอบและเปลี่ยนแบตเตอรี่ถูกสรุปมาอย่างถูกต้อง | ตรง |
ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน
อ่านเพิ่ม
Reference Site: Engadget
