ลิงก์สินค้าใน Reels เพิ่มได้ 30 ลิงก์ Meta เปิดช่องครีเอเตอร์สร้างรายได้
การสร้างรายได้ของครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มของ Meta กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อการแปะลิงก์สินค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใน ‘link in bio’ อีกต่อไป แต่สามารถฝังลงในคอนเทนต์วิดีโอสั้นได้โดยตรง
Meta ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้ครีเอเตอร์ที่เข้าเกณฑ์ สามารถเพิ่มลิงก์สำหรับช็อปปิงสินค้าได้สูงสุดถึง 30 รายการในวิดีโอ Reels หนึ่งคลิป ซึ่งพร้อมใช้งานแล้วทั้งบน Instagram และ Facebook
จับประเด็นสำคัญ
- ครีเอเตอร์สามารถเพิ่มลิงก์สินค้าได้สูงสุด 30 ลิงก์ต่อหนึ่ง Reel ทั้งบน Instagram และ Facebook
- ในช่วงแรก Meta จะยังไม่หักส่วนแบ่งรายได้จากยอดขายที่เกิดขึ้นผ่านลิงก์เหล่านี้
- ฟีเจอร์นี้ทำให้ Meta มีความสามารถทัดเทียมกับคู่แข่งอย่าง TikTok และ YouTube Shorts ที่มีฟังก์ชันลักษณะนี้มาก่อนแล้ว
มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง
สำหรับครีเอเตอร์ โดยเฉพาะสายไลฟ์สไตล์และรีวิวสินค้า นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพราะช่วยลดขั้นตอนให้ผู้ติดตามสามารถกดซื้อสินค้าที่แนะนำได้ทันทีจากวิดีโอ ไม่ต้องสลับแอปไปที่หน้า ‘link in bio’ เหมือนเดิมอีกต่อไป ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปจะพบเห็นคอนเทนต์ที่ขายของได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจสะดวกสบายในการช็อปปิง แต่ก็อาจสร้างความรำคาญได้หากครีเอเตอร์ใส่ลิงก์มากเกินไป
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)
- นโยบายการแบ่งรายได้: แหล่งข่าวระบุว่า Meta ‘ยังไม่เก็บ’ ส่วนแบ่งในตอนนี้ แต่ต้องจับตาดูว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้หรือไม่
- ข้อจำกัดบน Facebook: ปัจจุบันครีเอเตอร์บน Facebook ยังสามารถแท็กสินค้าได้จากพาร์ทเนอร์อย่าง Amazon เท่านั้น ต้องรอดูว่าจะขยายไปยังร้านค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือไม่
- การตอบรับจากผู้ใช้งาน: ต้องติดตามว่าผู้ใช้จะมองฟีเจอร์นี้เป็นความสะดวกสบาย หรือเป็นการโฆษณาที่รบกวนประสบการณ์การรับชม
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับ Creator Economy
ฟีเจอร์ใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จาก Affiliate links หรือการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การฝังลิงก์โดยตรงช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้มากกว่าวิธีเดิมที่ต้องอาศัยบริการจาก Third-party เพื่อจัดการลิงก์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว
Meta ได้อะไรจากฟีเจอร์นี้
แม้ Meta จะประกาศว่ายังไม่เก็บส่วนแบ่งจากยอดขายในตอนนี้ แต่ข้อมูลการซื้อขายที่เกิดขึ้นผ่านลิงก์เหล่านี้มีค่ามหาศาล บริษัทสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อของผู้ใช้ไปต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทได้ในระยะยาว
ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)
| ประเด็น | ข้อมูลจากแหล่งข่าว | ผลตรวจสอบของ AI | สถานะ |
|---|---|---|---|
| การเพิ่มลิงก์สินค้าใน Reels | ‘allow eligible creators to link to up to 30 distinct products in a single Reel’ | ยืนยันว่าครีเอเตอร์สามารถเพิ่มลิงก์สินค้าได้สูงสุด 30 รายการต่อ Reel บน Instagram และ Facebook | ตรง |
| แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง | ‘Facebook and Instagram’, ‘Meta’, ‘TikTok’, ‘YouTube Shorts’ | ตรวจสอบการใช้ชื่อเฉพาะ Meta, Instagram, Facebook, TikTok และ YouTube Shorts ตรงตามที่แหล่งข่าวระบุ | ตรง |
| จำนวนลิงก์สูงสุด | ‘up to 30 distinct products’ | ระบุตัวเลข 30 ลิงก์ต่อ Reel อย่างชัดเจนตามข้อมูล ไม่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง | ตรง |
| การเก็บส่วนแบ่งรายได้ | ‘company isn’t taking a cut from creators’ sales via these links for now’ | ระบุว่าปัจจุบัน Meta ยังไม่เก็บส่วนแบ่ง แต่เป็นประเด็นที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคตตามที่แหล่งข่าวให้ข้อมูล | ตรง |
อ่านเพิ่ม
Reference Site: Engadget
