<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="https://zeno.co.th/tag/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<description>สรุปข่าวเเทคโนโลยี &#38;ไลฟ์สไตล์ พร้อมแนวคิดดี ๆ ที่เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Apr 2026 15:51:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2024/08/cropped-zen-o-32x32.png</url>
	<title>แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>10 อันดับรถยนต์ไฟฟ้า แบตอึดวิ่งไกลที่สุด ปี 2026</title>
		<link>https://zeno.co.th/top-10-longest-range-ev-cars-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทีม เซนโอ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 15:01:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Gadget & EV]]></category>
		<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า 2026]]></category>
		<category><![CDATA[รถอีวี]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/?p=7550</guid>

					<description><![CDATA[ลืมการจอดชาร์จระหว่างทางไปได้เลย รถยนต์ไฟฟ้าปี 2026 มาพร้อมเทคโนโลยีแบตอึดที่ทำระยะทางวิ่งทะลุ 1,000 กิโลเมตรต่อชาร์จ นี่คือ ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ลืมการจอดชาร์จระหว่างทางไปได้เลย <strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>ปี 2026 มาพร้อมเทคโนโลยีแบตอึดที่ทำระยะทางวิ่งทะลุ 1,000 กิโลเมตรต่อชาร์จ นี่คือ 10 อันดับรถอีวีวิ่งไกลที่สุดที่พร้อมเปลี่ยนการเดินทางของคุณให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ</p>



<h2 class="wp-block-heading">จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2026</h2>



<p class="wp-block-paragraph">อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ผลิตชั้นนำต่างแข่งขันกันพัฒนามอเตอร์และแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้รถอีวีรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้มีดีแค่อัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ แต่ยังเน้นการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม การเลือกรถที่วิ่งได้ไกลกว่า 500 ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ช่วยเพิ่มอิสระในการเดินทางข้ามจังหวัด ลดความกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ (Range Anxiety) และช่วยประหยัดเวลาในทริปทางไกลได้อย่างมหาศาล</p>



<h2 class="wp-block-heading">10 อันดับรถยนต์ไฟฟ้า แบตอึดวิ่งไกลที่สุดแห่งปี 2026</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1. Denza Z9 GT (ระยะทางสูงสุด 1,036 กม. / CLTC)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แบรนด์พรีเมียมภายใต้ร่มเงาของ BYD สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการด้วย Denza Z9 GT รถสปอร์ตทัวร์ริ่งที่เคลมระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 1,036 กิโลเมตรต่อชาร์จตามมาตรฐาน CLTC ตัวรถไม่ได้มีดีแค่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ยังมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ให้อัตราเร่งดุดัน ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าผู้บริหารที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด หากนำมาวิ่งจริงแม้จะมีการหักลบตามสภาพถนนและการเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็ยังถือเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ข้ามภูมิภาคโดยแทบไม่ต้องแวะพักชาร์จ</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. Mercedes-Benz EQS 450+ รุ่นปรับโฉม (ระยะทางสูงสุด 925 กม. / WLTP)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ค่ายดาวสามแฉกยังคงครองบัลลังก์ความหรูหราที่วิ่งได้ไกลที่สุด Mercedes-Benz EQS 450+ รุ่นปรับโฉมปี 2027 (เปิดตัวและทำตลาดในช่วงปี 2026) ได้รับการอัปเกรดความจุแบตเตอรี่และการจัดการอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงจนสามารถทำระยะทางได้สูงสุดถึง 575 ไมล์ หรือประมาณ 925 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP นอกเหนือจากระยะทางที่น่าประทับใจแล้ว รถรุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอ MBUX Hyperscreen ที่ทอดยาวเต็มแผงคอนโซล และระบบช่วงล่างถุงลมที่มอบความนุ่มนวลระดับเฟิร์สคลาส นี่คือรถซาลูนไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความเงียบสงบและระยะทางที่พึ่งพาได้จริงในทุกเส้นทาง</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. Lucid Air Grand Touring (ระยะทางสูงสุด 824 กม. / EPA)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Lucid Air Grand Touring ยังคงเป็นราชาแห่งระยะทางในฝั่งอเมริกาเหนือ ด้วยตัวเลขการทดสอบมาตรฐาน EPA ที่เข้มงวดที่สุด ซึ่งทำได้ถึง 512 ไมล์ หรือราว 824 กิโลเมตร จุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ได้มีแค่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่คือการออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กทว่าทรงพลัง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำมาก ทำให้ดึงพลังงานทุกหยดมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูงยังช่วยให้ตัวรถรองรับการชาร์จระดับอัลตร้าฟาสต์ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. Volkswagen ID.7 (ระยะทางสูงสุด 701 กม. / WLTP)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รถยนต์ซีดานไฟฟ้าเรือธงจากค่ายเยอรมันที่เน้นความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ Volkswagen ID.7 ทำระยะทางได้ถึง 436 ไมล์ หรือราว 701 กิโลเมตร (WLTP) ตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อเป็นรถครอบครัวและรถใช้งานประจำวันที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุด ระบบซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ช่วยให้การคำนวณเส้นทางและจุดชาร์จแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่กระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงโดยใช้พลังงานน้อยลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. Volvo ES90 (ระยะทางสูงสุด 700 กม. / คาดการณ์ WLTP)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ซีดานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจาก Volvo ที่เข้ามาสานต่อตำนานความปลอดภัย พร้อมเทคโนโลยีประมวลผล NVIDIA DRIVE ที่ล้ำสมัย ข้อมูลระบุว่า Volvo ES90 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 106 kWh ซึ่งตั้งเป้าหมายระยะทางวิ่งไว้ที่ 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวรถอัดแน่นไปด้วยเซนเซอร์ Lidar และกล้องรอบคันเพื่อรองรับระบบความปลอดภัยเชิงรุก ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ต้องการรถยุโรปที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดและวิ่งได้ไกล</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. Hyptec HT 620 Luxury (ระยะทางสูงสุด 620 กม. / NEDC)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ขยับมาที่ฝั่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในไทยอย่างดุเดือด Hyptec HT เอสยูวีระดับพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ GAC AION โดดเด่นด้วยประตูปีกนก (Gullwing Doors) และสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ รุ่น 620 Luxury มาพร้อมแบตเตอรี่ 83.3 kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 620 กิโลเมตร (NEDC) พร้อมรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 240 kW ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความโดดเด่นทางดีไซน์และเทคโนโลยีชาร์จไวที่ใช้งานได้จริง</p>



<h3 class="wp-block-heading">7. Toyota C-HR+ (ระยะทางสูงสุด 607 กม. / WLTP)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">โตโยต้ารุกตลาดรถอีวีในยุโรปอย่างจริงจังด้วยการเปิดตัว Toyota C-HR+ ซึ่งกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลที่สุดของแบรนด์ในขณะนี้ ด้วยระยะทางสูงสุด 607 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP จากแบตเตอรี่ขนาด 77 kWh ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า ตัวรถถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม e-TNGA ที่ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบ พร้อมรองรับการชาร์จด่วน DC ที่ 150 kW ภายในห้องโดยสารยังคงจุดเด่นเรื่องความทนทานและพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางตามสไตล์โตโยต้า การปรับปรุงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นในการพัฒนารถอีวีที่ตอบสนองการใช้งานจริงได้ดียิ่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">8. Polestar 3 Long Range (ระยะทางสูงสุด 604 กม. / WLTP)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสไตล์เอสยูวีแต่ไม่อยากสูญเสียระยะทางวิ่ง Polestar 3 Long Range คือคำตอบที่ลงตัว ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 92 kWh ผสานกับการอัปเกรดสำคัญสู่สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ ทำให้รถเอสยูวีพรีเมียมคันนี้สามารถทำระยะทางได้สูงสุด 375 ไมล์ หรือประมาณ 604 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ตัวรถมาพร้อมการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เรียบหรู เน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับการชาร์จด่วนระดับสูงสุดถึง 310 kW ซึ่งช่วยย่นเวลาที่สถานีชาร์จให้สั้นลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">9. MG S5 EV (ระยะทางสูงสุด 550 กม. / NEDC)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาด B-SUV ที่สร้างกระแสในตลาดอย่าง NEW MG S5 EV ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Nebula Pure Electric มาพร้อมแบตเตอรี่ 64 kWh ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กิโลเมตร (NEDC) ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับรถในเซกเมนต์เดียวกัน ทำให้การขับขี่ในเมืองหรือออกต่างจังหวัดช่วงสุดสัปดาห์เป็นเรื่องง่ายดาย อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องช่วงล่างที่เกาะถนนและขับขี่สนุก</p>



<h3 class="wp-block-heading">10. AION UT 500 Premium (ระยะทางสูงสุด 500 กม. / NEDC)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปิดท้ายด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่เน้นความคุ้มค่า AION UT รุ่น 500 Premium พิสูจน์ให้เห็นว่ารถเล็กก็สามารถมีแบตอึดได้ ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร (NEDC) จากมอเตอร์ 204 แรงม้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถอีวีคันแรกสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ภายนอกมีความเป็นเรโทรผสมผสานความทันสมัย และมีพื้นที่ห้องโดยสารที่โปร่งสบายเกินตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading">มาตรฐานการวัดระยะทาง WLTP, NEDC และ CLTC ต่างกันอย่างไร?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาตัวเลขระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้า สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจมาตรฐานการทดสอบที่ผู้ผลิตใช้อ้างอิง เนื่องจากแต่ละมาตรฐานมีวิธีการทดสอบที่สะท้อนความเป็นจริงแตกต่างกัน</p>



<div class="aaic-highlight">
<ul>
<li><strong>EPA (สหรัฐอเมริกา):</strong> เข้มงวดที่สุดและใกล้เคียงการใช้งานจริงบนถนนมากที่สุด มีการทดสอบทั้งการขับขี่ในเมืองและบนทางหลวง รวมถึงการเปิดแอร์</li>
<li><strong>WLTP (ยุโรป):</strong> มาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีความแม่นยำสูงกว่า NEDC เดิม สะท้อนการขับขี่แบบผสมผสานได้ดี</li>
<li><strong>NEDC (ยุโรปยุคเก่า/เอเชีย):</strong> เป็นมาตรฐานเก่าที่มักให้ตัวเลขระยะทางสูงกว่าความเป็นจริงประมาณ 15-25% เนื่องจากทดสอบในสภาวะที่ควบคุมอย่างเข้มงวด</li>
<li><strong>CLTC (จีน):</strong> มาตรฐานใหม่ของจีนที่ออกแบบมาเพื่อสภาพการจราจรในประเทศจีน มักให้ตัวเลขระยะทางที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรฐานอื่น (สูงกว่า WLTP ราว 10-20%)</li>
</ul>
</div>



<p class="wp-block-paragraph">การทำความเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณประเมินระยะทางวิ่งจริง (Real-world Range) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และวางแผนการเดินทางได้อย่างไร้กังวล</p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคดึงศักยภาพแบตเตอรี่ ขับอย่างไรให้ได้ระยะทางไกลที่สุด?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ตัวรถจะมีสเปกแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม แต่พฤติกรรมการขับขี่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยยืดระยะทางวิ่งให้ใกล้เคียงกับตัวเลขเคลมจากโรงงานมากที่สุด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ใช้ระบบ Regenerative Braking ให้คุ้นชิน:</strong> การตั้งค่าหน่วงมอเตอร์ในระดับสูง (One-Pedal Driving) จะช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ถอนคันเร่ง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัดหรือขับลงเขา</li>



<li><strong>ควบคุมความเร็วบนทางหลวง:</strong> มอเตอร์ไฟฟ้าจะใช้พลังงานสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การรักษาความเร็วคงที่ด้วยระบบ Adaptive Cruise Control จะช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ</li>



<li><strong>เช็กลมยางอย่างสม่ำเสมอ:</strong> ลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานบนพื้นถนน ทำให้มอเตอร์ต้องออกแรงมากขึ้น การเติมลมยางตามสเปกที่ผู้ผลิตแนะนำ หรือแข็งกว่าปกติเล็กน้อยเมื่อต้องเดินทางไกล จะช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้</li>



<li><strong>จัดการระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด:</strong> การตั้งอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ในระดับพอดี (ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียส) และใช้ระบบระบายอากาศเบาะนั่งแทนการเร่งพัดลมแอร์แรงสุด จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่หลักได้</li>
</ul>



<div class="aaic-faq">
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<div class="aaic-faq-item">
<p class="aaic-faq-q">การชาร์จด่วน (DC Fast Charge) บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติหรือไม่?</p>
<p class="aaic-faq-a">เทคโนโลยีระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ถูกพัฒนาให้ควบคุมอุณหภูมิและกระแสไฟได้อย่างแม่นยำ แม้การชาร์จ DC จะสร้างความร้อนสูงกว่าการชาร์จ AC แต่หากไม่ได้ชาร์จด่วนจนเต็ม 100% ทุกวัน (แนะนำให้ชาร์จถึง 80% สำหรับการเดินทางทั่วไป) ผลกระทบต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ในระยะยาวจะถือว่าน้อยมาก</p>
</div>
<div class="aaic-faq-item">
<p class="aaic-faq-q">หากต้องขับรถอีวีขึ้นเขาหรือขับในพื้นที่ลาดชัน ระยะทางวิ่งจะลดลงมากแค่ไหน?</p>
<p class="aaic-faq-a">การขับขึ้นเขาจะใช้พลังงานมากกว่าการขับบนทางราบประมาณ 20-40% ขึ้นอยู่กับความชันและน้ำหนักบรรทุก อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้ามีระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยดึงพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะขับลงเขา ซึ่งสามารถชดเชยพลังงานที่เสียไปตอนขาขึ้นได้ส่วนหนึ่ง</p>
</div>
<div class="aaic-faq-item">
<p class="aaic-faq-q">สภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทยส่งผลต่อระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่?</p>
<p class="aaic-faq-a">สภาพอากาศร้อนมีผลต่อระยะทางวิ่งเล็กน้อย เนื่องจากระบบปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารและระบายความร้อนให้แบตเตอรี่ โดยเฉลี่ยอาจทำให้ระยะทางวิ่งลดลงประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับการขับขี่ในสภาพอากาศเย็นหรืออุณหภูมิที่เหมาะสม</p>
</div>
</div>



<div class="aaic-disclaimer _aaic_disclaimer">
<p><strong>หมายเหตุ:</strong> ราคา สเปก และข้อมูลในบทความนี้อ้างอิง ณ วันที่ 22/04/2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และเวลา แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อ</p>
</div>



<div class="aacr-highlight aacr-related">
<h3>เรื่องแนะนำ</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/tesla-sues-california-dmv-over-autopilot-name/">Tesla ฟ้อง DMV กลับ ยืนยันชื่อ Autopilot ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/tesla-carplay-delayed-due-to-low-ios-26-adoption/">Tesla CarPlay ยังไม่มา! เผยสาเหตุหลักจาก iOS 26 และปัญหาความเข้ากันได้</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/waymo-uses-doordash-drivers-to-close-robotaxi-doors/">Waymo แก้ปัญหาผู้โดยสารไม่ปิดประตู จ้างคนขับ DoorDash ช่วยปิด</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/evs-in-africa-cheaper-than-gas-by-2040-with-solar/">รถยนต์ไฟฟ้าในแอฟริกา อาจถูกกว่ารถน้ำมันภายในปี 2040 ด้วยโซลาร์</a></li>
</ul>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
