<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DOJ &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="https://zeno.co.th/tag/doj/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<description>สรุปข่าวเเทคโนโลยี &#38;ไลฟ์สไตล์ พร้อมแนวคิดดี ๆ ที่เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Feb 2026 21:51:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2024/08/cropped-zen-o-32x32.png</url>
	<title>DOJ &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดีล Netflix ซื้อ Warner Bros. ส่อสะดุด หลัง DOJ สหรัฐฯ ลุยสอบปมผูกขาด</title>
		<link>https://zeno.co.th/doj-investigates-netflix-warner-bros-acquisition-for-antitrust/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Feb 2026 21:51:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[DOJ]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[Warner Bros. Discovery]]></category>
		<category><![CDATA[สตรีมมิ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/doj-investigates-netflix-warner-bros-acquisition-for-antitrust/</guid>

					<description><![CDATA[การเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในวงการสตรีมมิ่งอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ได้เ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในวงการสตรีมมิ่งอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ได้เริ่มเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด</p>
<p>แกนหลักของเรื่องคือ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนดีลที่ Netflix เสนอซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery มูลค่า 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.61 ล้านล้านบาท) โดยมุ่งเป้าไปที่ประเด็นการใช้อำนาจเหนือตลาดที่อาจเข้าข่ายการผูกขาด</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) กำลังตรวจสอบดีลซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ของ Netflix</li>
<li>ประเด็นหลักที่ถูกสอบสวนคือพฤติกรรมการกีดกันคู่แข่ง และการสร้างอำนาจผูกขาดในตลาด</li>
<li>มูลค่าของดีลอยู่ที่ 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระบวนการสอบสวนอาจใช้เวลานานถึงหนึ่งปี</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การสอบสวนนี้หมายความว่าการรวมคลังคอนเทนต์ของทั้งสองค่ายอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาด หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยหากดีลถูกยับยั้ง ซึ่งในระยะสั้น ทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม ผู้ใช้ยังต้องสมัครสมาชิกแยกกันเพื่อดูคอนเทนต์ของแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ในระยะยาว ผลของการสอบสวนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการแข่งขันในตลาด ราคาค่าบริการ และความหลากหลายของเนื้อหาที่ผู้บริโภคจะได้รับ</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการสอบสวนของ DOJ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจใช้เวลาถึง 1 ปีจึงจะเสร็จสิ้น</li>
<li>กรอบเวลาเดิมที่คาดว่าดีลจะเสร็จสิ้นภายใน 12-18 เดือน อาจได้รับผลกระทบและล่าช้าออกไป</li>
<li>ท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งมีอำนาจในการยับยั้งการควบรวมกิจการครั้งนี้</li>
</ul>
<h2>DOJ มองหาพฤติกรรมผูกขาด</h2>
<p>ตามหมายที่ส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งสื่อ The Wall Street Journal ได้เห็น กระทรวงยุติธรรมกำลังมองหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ &#8216;พฤติกรรมการกีดกัน&#8217; ของ Netflix ที่อาจนำไปสู่การเสริมสร้างอำนาจตลาดหรือการผูกขาด การสอบสวนลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้เล่นรายอื่นในตลาดและผู้บริโภคในท้ายที่สุด</p>
<h2>ท่าทีของ Netflix ต่อการสอบสวน</h2>
<p>ทางด้าน Netflix ได้ออกมาตอบสนองต่อการสอบสวนดังกล่าว โดยทนายความของบริษัทระบุว่ากระบวนการนี้เป็นเรื่องปกติ (Standard Practice) สำหรับการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ และยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ว่า DOJ กำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องการผูกขาดแยกต่างหาก นอกจากนี้ Netflix ยังออกแถลงการณ์ว่ากำลังให้ความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมอย่างเต็มที่ในกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน</p>
<p>แกนของเรื่องคือ “ข้อเท็จจริงหลัก” ที่ต้นทางยืนยันแล้ว ส่วนผลลัพธ์การใช้งานขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>มูลค่าการเข้าซื้อกิจการ</td>
<td>$82.7 billion</td>
<td>ยืนยันตัวเลขมูลค่าดีลตามที่ระบุในแหล่งข่าว และแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>หน่วยงานที่สอบสวน</td>
<td>US Department of Justice (DOJ)</td>
<td>ยืนยันว่าหน่วยงานที่ดำเนินการสอบสวนคือกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตามที่รายงาน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ประเด็นหลักในการสอบสวน</td>
<td>Anticompetitive practices / exclusionary conduct</td>
<td>ยืนยันว่าเป้าหมายการสอบสวนมุ่งไปที่พฤติกรรมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและการผูกขาดตลาด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กรอบเวลาของกระบวนการ</td>
<td>Investigation could take up to a year</td>
<td>ระบุว่าการสอบสวนอาจใช้เวลานานถึง 1 ปี ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากแหล่งข่าวโดยตรง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/target-darts-omni-auto-scoring-system-review/" target="_blank" rel="noopener">ระบบนับคะแนนปาเป้าอัตโนมัติ Target Omni เปลี่ยนบอร์ดเก่าให้เล่นออนไลน์ได้</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/analogue-3d-limited-edition-n64-prototype-colors/" target="_blank" rel="noopener">Analogue 3D รุ่นพิเศษสีโปรโตไทป์ N64 เปิดจอง 9 ก.พ. นี้</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/ancient-wooden-tools-430000-years-old-discovered-in-greece/" target="_blank" rel="noopener">เครื่องมือไม้โบราณอายุ 4.3 แสนปี อาจเก่าแก่สุดในโลก ถูกพบในกรีซ</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/how-to-plan-romance-novel-book-swap-party/" target="_blank" rel="noopener">จัดปาร์ตี้แลกหนังสือธีมนิยายรัก ไอเดียกระชับมิตรกับเพื่อนสาว</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Engadget</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DOJ อุทธรณ์คดี Google หวังบังคับขายเบราว์เซอร์ Chrome หลังศาลปฏิเสธ</title>
		<link>https://zeno.co.th/doj-and-states-appeal-google-monopoly-ruling-for-harsher-penalties/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 00:50:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Antitrust]]></category>
		<category><![CDATA[Chrome]]></category>
		<category><![CDATA[DOJ]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[ผูกขาดตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/doj-and-states-appeal-google-monopoly-ruling-for-harsher-penalties/</guid>

					<description><![CDATA[DOJ อุทธรณ์คดี Google อีกครั้ง โดยร่วมกับกลุ่มรัฐต่างๆ ยื่นฟ้องเพื่อกดดันให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการบังคับขายเบราว์...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">DOJ อุทธรณ์คดี Google อีกครั้ง โดยร่วมกับกลุ่มรัฐต่างๆ ยื่นฟ้องเพื่อกดดันให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการบังคับขายเบราว์เซอร์ Chrome ซึ่งศาลเคยปฏิเสธไปก่อนหน้า</p>
<p>กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) และกลุ่มรัฐต่างๆ ได้ยื่นเอกสารแสดงเจตจำนงในการอุทธรณ์คำตัดสินในคดีผูกขาดของ Google โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้มีการลงโทษที่หนักขึ้น ซึ่งรวมถึงการบังคับให้ Google ขายธุรกิจเบราว์เซอร์ Chrome ออกไป</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และกลุ่มรัฐ ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินคดีผูกขาดของ Google</li>
<li>เป้าหมายหลักคือต้องการให้ศาลสั่งบังคับให้ Google ขายเบราว์เซอร์ Chrome</li>
<li>การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้พิพากษาเคยปฏิเสธคำขอดังกล่าวไปในคำตัดสินรอบแรก</li>
<li>Google เองก็ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีเดียวกันเพื่อลดบทลงโทษของตนเอง</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานเบราว์เซอร์ Chrome หรือบริการอื่นๆ ของ Google ในทันที แต่นี่คือสัญญาณว่าการต่อสู้ทางกฎหมายครั้งประวัติศาสตร์ยังไม่จบสิ้น ผลลัพธ์สุดท้ายของคดีอาจส่งผลต่ออนาคตของ Chrome และวิธีที่ Google ดำเนินธุรกิจ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของวงการเทคโนโลยีในระยะยาวได้</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>กระบวนการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งอาจใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้ข้อสรุป</li>
<li>การต่อสู้ของฝั่ง Google ที่ได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านบทลงโทษเดิมเช่นกัน</li>
<li>ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ หากคำตัดสินสุดท้ายกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่</li>
</ul>
<h2>เบื้องหลังคำตัดสินเดิมและเหตุผลที่ DOJ ไม่ยอม</h2>
<p>ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษา Amit Mehta ได้มีคำตัดสินว่า Google มีพฤติกรรมผูกขาดจริง แต่ได้ปฏิเสธคำร้องของ DOJ ที่ต้องการให้มีการบังคับขายสินทรัพย์สำคัญอย่าง Chrome โดยให้เหตุผลในคำตัดสินว่า &#8216;โจทก์เรียกร้องเกินขอบเขตในการบังคับให้ขายสินทรัพย์หลักเหล่านี้ ซึ่ง Google ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างข้อจำกัดที่ผิดกฎหมาย&#8217;</p>
<h3>ข้อจำกัดที่ Google โดนไปแล้ว</h3>
<p>แม้จะไม่สั่งให้ขาย Chrome แต่คำตัดสินเดิมได้กำหนดข้อจำกัดอื่นๆ ต่อการดำเนินธุรกิจของ Google ไว้หลายประการ ตัวอย่างเช่น การยุติข้อตกลงพิเศษในการเผยแพร่บริการบางอย่าง และข้อกำหนดที่บังคับให้ Google ต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาบางส่วนให้กับคู่แข่ง ซึ่งเป็นบทลงโทษที่ Google กำลังพยายามอุทธรณ์เพื่อลดหย่อนเช่นกัน</p>
<h2>การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังไม่จบสิ้น</h2>
<p>การยื่นอุทธรณ์ของทั้งสองฝ่ายทำให้สถานการณ์คดีนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น ฝั่ง DOJ และกลุ่มรัฐต้องการบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่ Google ก็ต้องการให้บทลงโทษเบาบางลงกว่าที่เป็นอยู่ การต่อสู้ทางกฎหมายนี้จึงเปรียบเสมือนการชักเย่อที่เดิมพันด้วยอนาคตของหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก</p>
<p>ประเด็นนี้ยังมีรายละเอียดที่รอความชัดเจนเพิ่มเติม หากมีอัปเดตใหม่จากแหล่งข่าวจะเห็นภาพมากขึ้น</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การยื่นอุทธรณ์ของ DOJ</td>
<td>&#8216;The US Department of Justice filed notice of a plan to cross-appeal the decision&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่า DOJ ได้ยื่นเอกสารเพื่ออุทธรณ์คำตัดสิน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายหลักของการอุทธรณ์</td>
<td>&#8216;pushed for a Chrome sale to be part of the outcome&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่าเป้าหมายคือการผลักดันให้มีการขายเบราว์เซอร์ Chrome</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>คำตัดสินเดิมของศาล</td>
<td>&#8216;Judge Amit Mehta denied the request from the agency&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวยืนยันว่าผู้พิพากษาได้ปฏิเสธคำขอให้ขาย Chrome ในคำตัดสินรอบแรก</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การดำเนินการของ Google</td>
<td>&#8216;Google has already filed its own appeal&#8217;</td>
<td>เนื้อหาระบุว่า Google ได้ยื่นอุทธรณ์ของตนเองเพื่อลดบทลงโทษ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/turbotax-deluxe-on-sale-44-percent-on-amazon-before-2026-tax-season/" target="_blank" rel="noopener">TurboTax Deluxe ลดราคา 44% บน Amazon ก่อนฤดูกาลยื่นภาษี 2026</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/lg-stops-8k-tv-development-signaling-tech-failure/" target="_blank" rel="noopener">ทีวี 8K ถึงทางตัน? LG ประกาศยุติพัฒนา สะท้อนเทคโนโลยีที่ไม่เกิด</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/hulkman-alpha-jump-starter-road-trip-review/" target="_blank" rel="noopener">Jump Starter พกพา รีวิวจากทริป 500 ไมล์ ชาร์จรถแบตหมดได้หลายครั้ง</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/nasa-delays-artemis-ii-launch-to-march-due-to-hydrogen-leak/" target="_blank" rel="noopener">Artemis II เลื่อนยิงไปมีนาคม หลัง NASA พบปัญหาไฮโดรเจนรั่วไหล</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Engadget</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอปสอดแนม เตือนภัยผู้ใช้ เสี่ยงคุก 5 ปี แค่ติดตั้งก็ผิดกฎหมาย</title>
		<link>https://zeno.co.th/michigan-man-learns-spyware-apps-are-illegal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 02:52:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[DOJ]]></category>
		<category><![CDATA[Spyware]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นส่วนตัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/michigan-man-learns-spyware-apps-are-illegal/</guid>

					<description><![CDATA[แอปพลิเคชันที่ทำการตลาดว่าช่วยจับคนนอกใจหรือสอดแนมคนใกล้ชิด กำลังกลายเป็นดาบสองคมที่อาจนำผู้ใช้งานไปสู่การรับโทษทางอาญาอย่างไ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">แอปพลิเคชันที่ทำการตลาดว่าช่วยจับคนนอกใจหรือสอดแนมคนใกล้ชิด กำลังกลายเป็นดาบสองคมที่อาจนำผู้ใช้งานไปสู่การรับโทษทางอาญาอย่างไม่คาดคิด</p>
<p>ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้ตั้งข้อหาชายชาวมิชิแกนที่ใช้แอปประเภทนี้ติดตามแฟนเก่า ซึ่งเป็นคดีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ชายชาวมิชิแกนถูกตั้งข้อหาบุกรุกคอมพิวเตอร์หลังใช้แอปสอดแนมติดตามแฟนเก่า</li>
<li>โทษสูงสุดสำหรับข้อหานี้คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี</li>
<li>กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ย้ำว่าการตลาดที่อ้างว่า &#8216;สำหรับจับคนนอกใจ&#8217; ไม่ได้ทำให้แอปเหล่านี้ถูกกฎหมาย</li>
<li>การติดตั้งซอฟต์แวร์สอดแนมบนอุปกรณ์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น แม้จะเกิดจากความสงสัยในความสัมพันธ์ ก็เป็นสิ่งผิดกฎหมาย การติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อดักฟังการสนทนา ติดตามตำแหน่ง หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในโทรศัพท์ของอีกฝ่ายโดยที่เขาไม่ยินยอม ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทลงโทษร้ายแรง</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>แนวทางการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่จะขยายผลไปยังผู้พัฒนาและผู้จำหน่ายแอปสอดแนมประเภทนี้มากขึ้น</li>
<li>ผลการพิจารณาคดีของนาย Chao Moua ซึ่งจะเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับโทษของการใช้ Stalkerware</li>
<li>การตื่นตัวของผู้ใช้งานเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนอุปกรณ์ดิจิทัล</li>
</ul>
<h2>รายละเอียดคดี: บทเรียนราคาแพง</h2>
<p>ตามเอกสารคำฟ้อง นาย Chao Moua วัย 29 ปี จากเมืองวอร์เรน รัฐมิชิแกน ถูกกล่าวหาว่าได้ติดตั้งแอปสอดแนมลงบนโทรศัพท์ของแฟนเก่าโดยที่เธอไม่รู้ตัว แอปดังกล่าวทำให้เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้หลายอย่าง เช่น:</p>
<ul>
<li>บันทึกการโทรศัพท์</li>
<li>ข้อความตัวอักษร (SMS)</li>
<li>ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) แบบเรียลไทม์</li>
</ul>
<p>มีรายงานว่าเขาใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ติดตามได้เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งและเผชิญหน้ากับเธอ ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้ยกระดับจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวไปสู่การคุกคามในโลกแห่งความเป็นจริง</p>
<h2>คำเตือนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย</h2>
<p>กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ใช้กรณีนี้เพื่อส่งสารเตือนไปยังสาธารณชนอย่างชัดเจนว่า แอปที่ถูกโฆษณาว่าเป็นเครื่องมือ &#8216;จับคนขี้โกง&#8217; นั้น แท้จริงแล้วคือ Stalkerware ที่ผิดกฎหมาย การทำการตลาดด้วยข้อความในลักษณะนี้ไม่ได้สร้างข้อยกเว้นทางกฎหมายให้กับการสอดแนมผู้อื่น คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ใหญ่ขึ้นในการปราบปรามการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดเพื่อการสะกดรอยตามและคุกคามบุคคลอื่น</p>
<p>ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การตั้งข้อหาผู้ใช้แอปสอดแนม</td>
<td>Chao Moua, 29, from Warren, Michigan, was indicted for computer intrusion.</td>
<td>เนื้อหารายงานตรงตามข้อกล่าวหาบุคคลและสถานที่ที่ระบุในแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>โทษสูงสุดตามข้อกล่าวหา</td>
<td>The potential penalty is up to five years in prison.</td>
<td>บทความระบุโทษสูงสุด 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>จุดยืนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ</td>
<td>DOJ is highlighting this case to warn the public that such apps are illegal.</td>
<td>มีการอ้างอิงคำเตือนและเจตนาของ DOJ ในการใช้คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างได้ถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สถานะทางกฎหมายของแอป</td>
<td>Spying doesn&#8217;t become legal just because &#8216;cheaters&#8217; are the targets.</td>
<td>บทความสรุปประเด็นสำคัญว่าการตลาดของแอปไม่สามารถใช้เป็นข้อยกเว้นทางกฎหมายได้</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/north-carolina-cdl-issued-illegally-audit-reveals/" target="_blank" rel="noopener">ใบขับขี่รถบรรทุกนอร์ทแคโรไลนา พบออกให้ผิดกฎหมายกว่าครึ่ง เสี่ยงถูกตัดงบ 50 ล้านดอลลาร์</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/lumus-unveils-new-smartglass-waveguides-with-70-degree-fov-at-ces-2026/" target="_blank" rel="noopener">Lumus โชว์เลนส์แว่นอัจฉริยะใหม่ มุมมองกว้าง 70 องศา สว่างกว่าเดิม</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/bose-soundtouch-gets-extended-life-with-open-source-api/" target="_blank" rel="noopener">Bose SoundTouch ได้ไปต่อ Bose เปิด API ให้นักพัฒนาช่วยยืดอายุการใช้งาน</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/xbox-developer-direct-showcase-set-for-january-22/" target="_blank" rel="noopener">Xbox Developer Direct ประกาศวันจัด 22 ม.ค. เตรียมชมเกมเพลย์ Fable และ Forza Horizon 6</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ars Technica</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิดีโอปลอม Epstein โผล่ในเอกสาร DOJ เปิดโปงความผิดพลาดทางข้อมูล</title>
		<link>https://zeno.co.th/fake-epstein-video-found-in-doj-document-release/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 23:52:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Data Verification]]></category>
		<category><![CDATA[DOJ]]></category>
		<category><![CDATA[Fake News]]></category>
		<category><![CDATA[Jeffrey Epstein]]></category>
		<category><![CDATA[Misinformation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/fake-epstein-video-found-in-doj-document-release/</guid>

					<description><![CDATA[วิดีโอปลอม Epstein ที่อ้างว่าเป็นภาพการเสียชีวิต ถูกพบในเอกสาร DOJ ชุดล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">วิดีโอปลอม Epstein ที่อ้างว่าเป็นภาพการเสียชีวิต ถูกพบในเอกสาร DOJ ชุดล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ</p>
<p>ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ คลิปวิดีโอปลอมที่เคยเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2019 ได้ถูกรวมอยู่ในชุดเอกสารที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยออกมาล่าสุดเกี่ยวกับคดีของ Jeffrey Epstein ซึ่งสร้างความสับสนและคำถามต่อกระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐ</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คลิปวิดีโอปลอมที่อ้างว่าเป็นการฆ่าตัวตายของ Jeffrey Epstein ถูกพบในชุดเอกสารที่ DOJ เผยแพร่ล่าสุด</li>
<li>วิดีโอดังกล่าวเป็นคลิปเก่าที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นของปลอมและเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2019</li>
<li>เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลก่อนปล่อยสู่สาธารณะ</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้แต่ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการอย่างหน่วยงานรัฐบาลก็อาจมีข้อผิดพลาดหรือมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องปะปนมาได้ สำหรับประชาชนทั่วไป นี่หมายความว่าการบริโภคข่าวสาร โดยเฉพาะในประเด็นที่ละเอียดอ่อน จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและใช้วิจารณญาณอย่างสูง ไม่ควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งเดียวทันที แม้ว่าแหล่งข่าวนั้นจะดูน่าเชื่อถือก็ตาม</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การชี้แจงหรือแถลงการณ์จากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น</li>
<li>แนวทางการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบข้อมูลภายในของ DOJ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต</li>
<li>ปฏิกิริยาจากสาธารณชนและสื่อมวลชนต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เผยแพร่โดยหน่วยงานรัฐ</li>
</ul>
<h2>ต้นตอของคลิปปลอมและความผิดพลาด</h2>
<p>รายงานระบุชัดเจนว่าคลิปวิดีโอที่เป็นปัญหานั้นไม่ใช่ภาพจริงจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Jeffrey Epstein แต่เป็นคลิปที่ถูกสร้างขึ้นและเผยแพร่มานานหลายปีแล้ว การที่คลิปนี้สามารถเล็ดลอดเข้ามาอยู่ในชุดเอกสารราชการได้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการกับข้อมูลดิจิทัลจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจมีข้อมูลเท็จปะปนเข้ามาในกระบวนการรวบรวมหลักฐานหรือเอกสาร</p>
<h2>ผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ</h2>
<p>ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสน แต่ยังบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เผยแพร่โดย DOJ ในยุคที่ข้อมูลเท็จ (Misinformation) แพร่กระจายได้ง่าย การที่หน่วยงานระดับสูงปล่อยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหลุดออกมา ยิ่งทำให้การต่อสู้กับข่าวปลอมเป็นไปได้ยากขึ้น และอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ต่อไปได้</p>
<p>ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>ข้อเท็จจริงหลัก</td>
<td>พบวิดีโอปลอมในเอกสาร DOJ ชุดล่าสุดเกี่ยวกับ Epstein</td>
<td>เนื้อหาระบุชัดเจนว่ามีคลิปปลอมจากปี 2019 ปะปนอยู่ในเอกสารที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ชื่อหน่วยงาน/บุคคล</td>
<td>Justice Department (DOJ), Epstein</td>
<td>ใช้ชื่อเฉพาะตามที่ปรากฏในแหล่งข่าว ไม่มีการแปลหรือเปลี่ยนแปลง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>รายละเอียดของคลิปปลอม</td>
<td>เป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปี 2019</td>
<td>แหล่งข่าวระบุปีที่มาของคลิปปลอมไว้อย่างชัดเจนคือปี 2019</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ</td>
<td>ไม่มีการระบุขั้นตอนต่อไปที่ชัดเจนจากแหล่งข่าว</td>
<td>บทความวิเคราะห์ว่าประเด็นที่ต้องจับตาคือการทบทวนกระบวนการของ DOJ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ตามหลักเหตุผล</td>
<td>ตรวจสอบไม่ได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Wired</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
