<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EU &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="https://zeno.co.th/tag/eu/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<description>สรุปข่าวเเทคโนโลยี &#38;ไลฟ์สไตล์ พร้อมแนวคิดดี ๆ ที่เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jan 2026 00:50:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2024/08/cropped-zen-o-32x32.png</url>
	<title>EU &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อธิปไตยทางดิจิทัล ฝรั่งเศสเลิกใช้ Teams, Zoom ตั้งเป้าแทนที่ทั้งหมดภายในปี 2027</title>
		<link>https://zeno.co.th/france-dumps-teams-zoom-for-homegrown-videoconferencing-by-2027/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 00:50:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Sovereignty]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Teams]]></category>
		<category><![CDATA[Zoom]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/france-dumps-teams-zoom-for-homegrown-videoconferencing-by-2027/</guid>

					<description><![CDATA[อธิปไตยทางดิจิทัลขับเคลื่อนฝรั่งเศสประกาศแผนเลิกใช้บริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสหรัฐฯ เช่น Teams และ Zoom โดยตั้งเป้าหมายเปลี่ย...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">อธิปไตยทางดิจิทัลขับเคลื่อนฝรั่งเศสประกาศแผนเลิกใช้บริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสหรัฐฯ เช่น Teams และ Zoom โดยตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่านทั้งหมดภายในปี 2027</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>ประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>ฝรั่งเศสตั้งเป้าหมายที่จะยุติการใช้บริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดภายในปี 2027</li>
<li>การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย &#8216;อธิปไตยทางดิจิทัล&#8217; (Digital Sovereignty) ของสหภาพยุโรป</li>
<li>บริการยอดนิยมอย่าง Microsoft Teams และ Zoom เป็นเป้าหมายหลักที่จะถูกแทนที่ด้วยโซลูชันที่พัฒนาในประเทศ</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>สำหรับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องในฝรั่งเศส การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงการต้องย้ายระบบการประชุมทางไกลออกจากแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยอย่าง Teams และ Zoom ไปสู่บริการทางเลือกที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศหรือในยุโรป เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่เรื่องฟีเจอร์การใช้งาน แต่เป็นการเพิ่มการควบคุมข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเปิดตัวและการยอมรับโซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทางเลือกที่พัฒนาโดยฝรั่งเศสหรือบริษัทในยุโรป</li>
<li>กรอบเวลาและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ทันตามเป้าหมายภายในปี 2027</li>
<li>ท่าทีของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ ว่าจะดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกันหรือไม่</li>
</ul>
<h2>เบื้องหลังการตัดสินใจ: ทำไมต้อง &#8216;อธิปไตยทางดิจิทัล&#8217;</h2>
<p>แนวคิดเรื่อง &#8216;อธิปไตยทางดิจิทัล&#8217; กลายเป็นวาระสำคัญของสหภาพยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีและลดการผูกขาดโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ และจีน การควบคุมข้อมูลของพลเมืองและข้อมูลภาครัฐถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายนี้ การตัดสินใจของฝรั่งเศสจึงเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง</p>
<h2>ผลกระทบต่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐฯ</h2>
<p>การเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังผู้ให้บริการเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ว่าตลาดยุโรปกำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและที่มาของเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าการสูญเสียลูกค้าภาครัฐในฝรั่งเศสอาจไม่ใช่สัดส่วนที่ใหญ่มาก แต่ก็อาจสร้างแรงกระเพื่อมและเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปพิจารณาเส้นทางเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทอย่าง Microsoft และ Zoom ในระยะยาว</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เป้าหมายการเปลี่ยนผ่าน</td>
<td>&#8216;replace all US videoconferencing services by 2027&#8217;</td>
<td>ยืนยันเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านบริการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของสหรัฐฯ ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2027 ตามที่ระบุในเนื้อหา</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>บริการที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>&#8216;Teams and Zoom&#8217;</td>
<td>ระบุชื่อ Microsoft Teams และ Zoom เป็นตัวอย่างบริการที่จะถูกแทนที่อย่างชัดเจน</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลหลักของนโยบาย</td>
<td>&#8216;in support of digital sovereignty&#8217;</td>
<td>การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่แหล่งข่าวอ้างอิง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>นโยบายในอนาคต</td>
<td>&#8216;And there&#8217;s more to come.&#8217;</td>
<td>แหล่งข่าวระบุว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ใหญ่ขึ้นและจะมีมาตรการอื่นๆ ตามมาในอนาคต</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p>แกนของเรื่องคือ “ข้อเท็จจริงหลัก” ที่ต้นทางยืนยันแล้ว ส่วนผลลัพธ์การใช้งานขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้</p>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/google-agrees-to-135m-android-data-harvesting-settlement/" target="_blank" rel="noopener">Google ยอมความ จ่าย 135 ล้านดอลลาร์ ปรับเงื่อนไขข้อมูลผู้ใช้ Android</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/solid-state-battery-iphone-mass-production-challenges/" target="_blank" rel="noopener">แบตเตอรี่ Solid-state คืออะไร ทำไมยังไม่มาอยู่ใน iPhone เสียที</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/data-centers-drive-us-gas-boom-25x-increase/" target="_blank" rel="noopener">ดาต้าเซ็นเตอร์บูม ดันโครงการก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ พุ่งเกือบ 25 เท่า</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/how-to-clean-up-mac-menu-bar-natively/" target="_blank" rel="noopener">จัดระเบียบ Menu Bar บน Mac ทำได้แล้ว ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Zdnet</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EU สอบสวน X ปมดีปเฟกอนาจาร ชี้เสี่ยงร้ายแรงต่อพลเมืองยุโรป</title>
		<link>https://zeno.co.th/eu-investigates-x-over-illegal-deepfakes-and-grok-ai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 13:50:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Elon Musk]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[X]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/eu-investigates-x-over-illegal-deepfakes-and-grok-ai/</guid>

					<description><![CDATA[EU สอบสวน X และ Grok AI อย่างเป็นทางการ ฐานล้มเหลวในการป้องกันดีปเฟกอนาจารและภาพล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ชี้เป็นความเสี่ยงร้ายแรง...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">EU สอบสวน X และ Grok AI อย่างเป็นทางการ ฐานล้มเหลวในการป้องกันดีปเฟกอนาจารและภาพล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ชี้เป็นความเสี่ยงร้ายแรงภายใต้กฎหมาย Digital Services Act</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดการสอบสวน X และ Grok AI ภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (DSA)</li>
<li>ประเด็นหลักคือความล้มเหลวในการป้องกันการเผยแพร่ภาพดีปเฟกอนาจารและสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM)</li>
<li>การสอบสวนนี้เป็นการขยายผลจากที่เคยเริ่มไว้ในปี 2023 และเกิดขึ้นหลังจาก X เคยถูกปรับไปแล้ว 120 ล้านยูโร</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>การเคลื่อนไหวของ EU ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหมด ว่าต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สร้างโดย AI อย่างจริงจัง สำหรับผู้ใช้งาน X โดยเฉพาะในยุโรป อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายและเครื่องมือกลั่นกรองเนื้อหาที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย DSA และลดความเสี่ยงทางกฎหมายของแพลตฟอร์ม</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>ผลการสอบสวนของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่ &#8220;ขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติม&#8221; เช่น การสั่งปรับเงินจำนวนมากอีกครั้ง</li>
<li>ท่าทีและมาตรการตอบสนองจาก X และ Elon Musk ว่าจะมีการปรับปรุงการทำงานของ Grok AI และระบบกลั่นกรองเนื้อหาอย่างไร</li>
<li>ผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันรายอื่นๆ ที่ให้บริการในยุโรป ซึ่งอาจถูกตรวจสอบในลักษณะเดียวกัน</li>
</ul>
<h2>เบื้องหลังการสอบสวน: ความเสี่ยงจาก Grok AI</h2>
<p>คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ความเสี่ยงจากการใช้ AI ในทางที่ผิดได้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อพลเมืองในสหภาพยุโรป การสอบสวนจะประเมินว่า X ได้ใช้มาตรการที่เพียงพอในการลดความเสี่ยงจากการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้นำ Grok ซึ่งเป็นโมเดล AI ของตัวเองมาใช้งานบนแพลตฟอร์ม</p>
<p>Henna Virkkunen รองประธานบริหารของคณะกรรมาธิการฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า &#8220;ดีปเฟกทางเพศของผู้หญิงและเด็กเป็นการลดทอนคุณค่าที่รุนแรงและยอมรับไม่ได้&#8221; การสอบสวนครั้งนี้จะตัดสินว่า X ได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายภายใต้ DSA หรือไม่</p>
<h2>ท่าทีของ X และความตึงเครียดกับ EU</h2>
<p>ในการตอบสนองต่อการสอบสวน โฆษกของ X ได้ย้ำจุดยืนเดิมว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ X เป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน และมีนโยบายไม่ทนต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ภาพเปลือยที่ไม่ได้รับความยินยอม และเนื้อหาทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ทุกรูปแบบ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง X ภายใต้การนำของ Elon Musk และ EU ค่อนข้างตึงเครียด โดยก่อนหน้านี้ X เคยถูกปรับเป็นเงิน 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4.39 พันล้านบาท) จากการละเมิดกฎหมาย DSA มาแล้ว ซึ่งมีรายงานว่า Musk ได้วิจารณ์ EU อย่างรุนแรงหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว</p>
<p>ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class='news-table-wrap'>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>การสอบสวน X และ Grok โดย EU</td>
<td>The European Commission’s investigation could result in “further enforcement steps” against X.</td>
<td>ยืนยันว่า EU ได้เริ่มการสอบสวน X และ Grok AI อย่างเป็นทางการภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>สาเหตุหลักของการสอบสวน</td>
<td>Failing to prevent the spread of AI-generated sexually explicit images including CSAM.</td>
<td>สาเหตุมาจากการแพร่กระจายของภาพดีปเฟกอนาจารและสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) ที่สร้างโดย AI</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ค่าปรับครั้งก่อน</td>
<td>X was hit with a 120 million euro ($140 million fine) for breaching Europe’s Digital Services Act.</td>
<td>ยืนยันว่า X เคยถูกปรับเป็นเงิน 120 ล้านยูโร จากการละเมิดกฎหมาย DSA ในอดีต</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>การขยายผลการสอบสวน</td>
<td>The EC is also expanding its 2023 investigation of X.</td>
<td>การสอบสวนครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการสอบสวนที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2023 ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<div class="aanw-internal-links-box">
<h3>อ่านเพิ่ม</h3>
<ul>
<li><a href="https://zeno.co.th/toxic-death-cap-mushrooms-california-warning-3-deaths/" target="_blank" rel="noopener">เห็ดพิษเดธแคป เตือนภัยร้ายแรงในแคลิฟอร์เนีย เสียชีวิต 3 ราย ชี้ปรุงสุกพิษไม่หาย</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/how-to-watch-super-bowl-2026-channels-streaming-and-halftime-show/" target="_blank" rel="noopener">Super Bowl 2026 ดูที่ไหน ช่องทางถ่ายทอดสด เวลาแข่ง และศิลปิน Halftime Show</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/5-essential-skills-to-stand-out-in-ai-job-market/" target="_blank" rel="noopener">ทักษะยุค AI ที่ต้องมี แนะ 5 วิธีปรับตัวให้โดดเด่นในตลาดแรงงาน</a></li>
<li><a href="https://zeno.co.th/outside-parties-playdate-1-44-gigapixel-horror-game-review/" target="_blank" rel="noopener">เกม Outside Parties ส่องภาพ 1.44 Gigapixel ไขปริศนาสยองบนเครื่อง Playdate</a></li>
</ul>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Engadget</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>iOS 26.3 เตรียมเปิดให้เชื่อมต่อหูฟัง-นาฬิกานอกค่ายง่ายขึ้นใน EU</title>
		<link>https://zeno.co.th/ios-26-3-to-introduce-proximity-pairing-for-third-party-devices-in-eu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Dec 2025 13:51:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Markets Act]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[iOS]]></category>
		<category><![CDATA[Smartwatch]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/ios-26-3-to-introduce-proximity-pairing-for-third-party-devices-in-eu/</guid>

					<description><![CDATA[การเชื่อมต่อหูฟังหรือสมาร์ทวอทช์ที่ไม่ใช่ของ Apple เข้ากับ iPhone อาจไม่ยุ่งยากอีกต่อไปสำหรับผู้ใช้ในยุโรป หลังมีรายงานว่า Ap...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">การเชื่อมต่อหูฟังหรือสมาร์ทวอทช์ที่ไม่ใช่ของ Apple เข้ากับ iPhone อาจไม่ยุ่งยากอีกต่อไปสำหรับผู้ใช้ในยุโรป หลังมีรายงานว่า Apple เตรียมเพิ่มฟีเจอร์สำคัญเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายใหม่</p>
<p>แกนหลักของการอัปเดตครั้งนี้คือ iOS 26.3 ซึ่งจะนำความสามารถในการจับคู่อุปกรณ์แบบ Proximity Pairing และการส่งต่อการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์เสริมของบริษัทอื่น ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้ใช้งานในสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้น</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>iOS 26.3 จะเพิ่มฟีเจอร์ Proximity Pairing ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมจากแบรนด์อื่นได้ง่ายขึ้นใน EU</li>
<li>สมาร์ทวอทช์ที่ไม่ใช่ Apple Watch จะสามารถรับการแจ้งเตือนจาก iPhone ได้โดยตรง</li>
<li>การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ของยุโรป</li>
<li>ฟังก์ชันทั้งหมดจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบภายในปี 2026 ตามข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรป</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>สำหรับผู้ใช้ iPhone ในสหภาพยุโรป การอัปเดตนี้จะเปลี่ยนประสบการณ์อย่างชัดเจน การจับคู่หูฟังจะง่ายขึ้นมาก แค่นำอุปกรณ์มาไว้ใกล้ๆ iPhone ก็สามารถกดเชื่อมต่อได้ในครั้งเดียว คล้ายกับประสบการณ์ของ AirPods โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าในเมนู Bluetooth อีกต่อไป ส่วนผู้ใช้สมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่น เช่น Wear OS ก็จะได้รับประโยชน์จากการแจ้งเตือนที่ส่งตรงจาก iPhone ทำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดคือ iPhone จะส่งการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่อได้เพียงชิ้นเดียวในแต่ละครั้ง หากเปิดใช้งานกับนาฬิกาอื่น การแจ้งเตือนบน Apple Watch จะถูกปิดไป</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมแต่ละรายว่าจะอัปเดตผลิตภัณฑ์ของตนให้รองรับหรือไม่</li>
<li>คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าฟังก์ชันทั้งหมดจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ (fully available) ภายในปี 2026</li>
<li>ต้องติดตามว่า Apple จะนำฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันนี้ไปใช้กับภูมิภาคอื่นนอก EU หรือไม่ในอนาคต</li>
</ul>
<h2>เจาะลึก 2 ฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 26.3</h2>
<h3>Proximity Pairing: เชื่อมต่อง่ายแค่แตะ</h3>
<p>ฟีเจอร์นี้จะช่วยลดขั้นตอนการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆ จากเดิมที่ต้องเข้าไปในหน้าตั้งค่า Bluetooth แล้วรอค้นหาอุปกรณ์ ผู้ใช้จะสามารถนำอุปกรณ์ที่รองรับ เช่น หูฟังไร้สาย มาไว้ใกล้ iPhone หรือ iPad เพื่อให้มีหน้าต่าง pop-up ขึ้นมาให้กดเชื่อมต่อได้ทันที ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะในอุปกรณ์ตระกูล AirPods เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าฟีเจอร์นี้จะรวมถึงการสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ Apple หลายๆ ชิ้นได้อย่างราบรื่นเหมือนที่ AirPods ทำได้หรือไม่</p>
<h3>Notifications: ปลดล็อกสมาร์ทวอทช์นอกค่าย</h3>
<p>นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับตลาดสมาร์ทวอทช์ เพราะที่ผ่านมา การแจ้งเตือนจาก iPhone จะถูกจำกัดให้ใช้งานได้สมบูรณ์บน Apple Watch เป็นหลัก การเปิดให้สมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นสามารถรับและโต้ตอบกับการแจ้งเตือนได้ จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นและทำให้นาฬิกาเหล่านั้นใช้งานร่วมกับ iOS ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ต้องเลือกว่าจะรับการแจ้งเตือนบน Apple Watch หรือบนนาฬิกาแบรนด์อื่นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง</p>
<h2>เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง: กฎหมาย Digital Markets Act</h2>
<p>การอัปเดตทั้งหมดนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ Apple ทำขึ้นเอง แต่เป็นผลมาจากการบังคับใช้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ในสหภาพยุโรป ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมในตลาดดิจิทัลและลดการผูกขาดของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า Apple ดูเหมือนจะปฏิบัติตามข้อกำหนดในระดับที่ &#8216;น้อยที่สุด&#8217; เท่าที่จำเป็น และบางครั้งก็เลือกที่จะถอดฟีเจอร์บางอย่างในยุโรปออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเปิดให้คู่แข่งใช้งานได้ เช่น การสะท้อนหน้าจอ iPhone ไปยัง Mac</p>
<p>ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>เวอร์ชันซอฟต์แวร์</td>
<td>iOS 26.3</td>
<td>เนื้อหาระบุเวอร์ชัน iOS 26.3 ตรงตามที่แหล่งข่าวอ้างอิงทุกประการ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ฟีเจอร์หลักที่เพิ่มขึ้น</td>
<td>Proximity pairing และ Notifications สำหรับอุปกรณ์ third-party</td>
<td>ยืนยันว่าฟีเจอร์ทั้งสองถูกกล่าวถึงเป็นประเด็นหลักของการอัปเดตตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ขอบเขตการใช้งาน</td>
<td>ในทวีปยุโรปเท่านั้น (Europe only)</td>
<td>เนื้อหาเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าฟีเจอร์นี้จำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรป (EU)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ข้อจำกัดการแจ้งเตือน</td>
<td>เปิดใช้งานบนอุปกรณ์อื่น จะปิดการแจ้งเตือนบน Apple Watch</td>
<td>ระบุข้อจำกัดสำคัญนี้ไว้อย่างถูกต้อง ว่าสามารถรับการแจ้งเตือนได้ทีละอุปกรณ์เท่านั้น</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>ไทม์ไลน์ที่คาดการณ์</td>
<td>จะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2026</td>
<td>อ้างอิงข้อมูลจาก EU Commission ที่ระบุว่าฟังก์ชันจะสมบูรณ์ในปี 2026 ตามแหล่งข่าว</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Engadget</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาษีคาร์บอนยุโรป CBAM คืออะไร กระทบผู้ส่งออกไทยกลุ่มไหนบ้าง</title>
		<link>https://zeno.co.th/eu-carbon-tax-cbam-impact-on-global-trade/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Dec 2025 02:52:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[BizTech]]></category>
		<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/eu-carbon-tax-cbam-impact-on-global-trade/</guid>

					<description><![CDATA[สหภาพยุโรปได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้าบ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">สหภาพยุโรปได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้าบางประเภท ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย</p>
<p>มาตรการนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) โดยได้เริ่มระยะเปลี่ยนผ่านไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2023 ซึ่งยังเป็นเพียงขั้นตอนการรายงานข้อมูล และจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>จับประเด็นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>CBAM คือภาษีที่สหภาพยุโรป (EU) ใช้เก็บกับสินค้านำเข้าที่มีกระบวนการผลิตซึ่งปล่อยคาร์บอนสูง</li>
<li>ปัจจุบันอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน (เริ่ม 1 ต.ค. 2023) ที่ผู้นำเข้าต้องรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</li>
<li>การเก็บค่าธรรมเนียมทางการเงิน หรือ &#8216;ภาษี&#8217; จริง จะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2026</li>
<li>กลุ่มสินค้าแรกที่ได้รับผลกระทบคือ เหล็ก, ซีเมนต์, อะลูมิเนียม, ปุ๋ย, ไฟฟ้า และไฮโดรเจน</li>
</ul>
</div>
<h2>มันหมายความว่าอะไรกับคนใช้จริง</h2>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าในกลุ่มเป้าหมายไปยังสหภาพยุโรป มาตรการ CBAM หมายถึงภาระและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในระยะแรก บริษัทต้องเตรียมระบบเพื่อรวบรวมและรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อถึงปี 2026 ผู้นำเข้าใน EU จะต้องซื้อ &#8216;ใบรับรอง CBAM&#8217; ตามปริมาณคาร์บอนของสินค้านั้นๆ ซึ่งจะทำให้สินค้าที่ผลิตด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีราคาสูงขึ้นและแข่งขันได้ยากขึ้นในตลาดยุโรป</p>
<h2>สิ่งที่ต้องจับตาต่อ (What to watch)</h2>
<ul>
<li>การเริ่มบังคับใช้มาตรการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 ซึ่งจะเผยให้เห็นผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าอย่างชัดเจน</li>
<li>ความเป็นไปได้ที่ EU จะขยายขอบเขตของ CBAM ให้ครอบคลุมสินค้าประเภทอื่นๆ ในอนาคต</li>
<li>ปฏิกิริยาจากประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน อินเดีย หรือรัสเซีย และแนวโน้มที่ประเทศอื่นๆ อาจนำมาตรการลักษณะเดียวกันมาปรับใช้</li>
</ul>
<h2>CBAM กลไกใหม่ป้องกัน &#8216;คาร์บอนรั่วไหล&#8217;</h2>
<p>เป้าหมายหลักของ CBAM คือการป้องกันปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &#8216;การรั่วไหลของคาร์บอน&#8217; (Carbon Leakage) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อบริษัทใน EU ที่ต้องปฏิบัติตามกฎด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีกฎระเบียบหละหลวมกว่า เพื่อลดต้นทุนการผลิต การทำเช่นนี้ไม่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของโลก</p>
<p>ดังนั้น CBAM จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม โดยกำหนดให้สินค้าที่นำเข้ามาใน EU ต้องแบกรับต้นทุนด้านคาร์บอนในระดับเดียวกันกับสินค้าที่ผลิตภายใน EU ซึ่งราคาใบรับรอง CBAM จะอ้างอิงกับราคาคาร์บอนในตลาดซื้อขายสิทธิ์ของยุโรป (EU Emissions Trading System &#8211; ETS)</p>
<h2>ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ?</h2>
<p>ในช่วงแรก มาตรการนี้จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง ซึ่งเป็นต้นน้ำของหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่</p>
<ul>
<li>เหล็กและเหล็กกล้า</li>
<li>ซีเมนต์</li>
<li>อะลูมิเนียม</li>
<li>ปุ๋ย</li>
<li>ไฟฟ้า</li>
<li>ไฮโดรเจน</li>
</ul>
<p>ประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคู่ค้าหลักของ EU ที่ส่งออกสินค้าเหล่านี้ เช่น จีน, ตุรกี, รัสเซีย, อินเดีย และเกาหลีใต้ ผู้ส่งออกจากประเทศเหล่านี้จะต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดยุโรป</p>
<p>ถ้าเรื่องนี้กระทบคุณโดยตรง ให้ดูสิ่งที่เปลี่ยนไปและข้อจำกัดตามต้นทางเป็นหลัก เพื่อเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน</p>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div>
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>กลไก CBAM และช่วงเวลาบังคับใช้</td>
<td>ระยะเปลี่ยนผ่านเริ่ม 1 ต.ค. 2023 และการเก็บเงินจริงเริ่มปี 2026</td>
<td>เนื้อหาระบุช่วงเวลาการบังคับใช้ตรงตามแหล่งข่าว คือระยะรายงานข้อมูลได้เริ่มแล้ว และการเก็บเงินจะเริ่มในปี 2026</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>กลุ่มอุตสาหกรรมแรกที่ได้รับผลกระทบ</td>
<td>Iron, steel, cement, aluminum, fertilizers, electricity, and hydrogen</td>
<td>รายงานระบุกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 6 กลุ่มแรกไว้อย่างถูกต้องตามที่แหล่งข่าวระบุ</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>วิธีการทำงานของภาษี</td>
<td>ผู้นำเข้าต้องซื้อใบรับรอง CBAM ซึ่งราคาจะอ้างอิงกับราคาคาร์บอนในตลาด EU ETS</td>
<td>อธิบายกลไกการซื้อใบรับรองและราคาที่เชื่อมโยงกับตลาดคาร์บอนของยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เป้าหมายหลักของมาตรการ</td>
<td>เพื่อป้องกัน &#8216;Carbon Leakage&#8217; หรือการรั่วไหลของคาร์บอน</td>
<td>ระบุวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่กฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมอ่อนกว่า ซึ่งถูกต้อง</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<p><strong>Reference Site:</strong> Ars Technica</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดือด! X สั่งปิดบัญชีโฆษณาคณะกรรมาธิการยุโรป สวนกลับหลังโดนปรับกว่า 5 พันล้านบาท</title>
		<link>https://zeno.co.th/x-shuts-down-european-commission-ad-account-after-dsa-fine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2025 15:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Brief]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Services Act]]></category>
		<category><![CDATA[Elon Musk]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[European Commission]]></category>
		<category><![CDATA[X]]></category>
		<category><![CDATA[โซเชียลมีเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/?p=3042</guid>

					<description><![CDATA[X ตอบโต้เดือด! สั่งปิดบัญชีโฆษณาของคณะกรรมาธิการยุโรป หลังถูกสั่งปรับกว่า 5 พันล้านบาท อ้างอีกฝ่ายใช้ช่องโหว่เพิ่มยอดเข้าถึงโ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="lead">X ตอบโต้เดือด! สั่งปิดบัญชีโฆษณาของคณะกรรมาธิการยุโรป หลังถูกสั่งปรับกว่า 5 พันล้านบาท อ้างอีกฝ่ายใช้ช่องโหว่เพิ่มยอดเข้าถึงโพสต์</p>
<div class="highlight-box">
<h3>จุดเด่นสำคัญ</h3>
<ul>
<li>X (Twitter) ได้สั่งปิดบัญชีโฆษณาของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) อย่างเป็นทางการ</li>
<li>การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ X ถูก EC สั่งปรับเป็นเงินราว 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</li>
<li>X อ้างว่าคณะกรรมาธิการยุโรปใช้ช่องโหว่ของระบบโฆษณาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงโพสต์ประกาศค่าปรับอย่างไม่เป็นธรรม</li>
<li>ค่าปรับดังกล่าวเป็นครั้งแรกภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) ของสหภาพยุโรป</li>
</ul>
</div>
<h2>X สวนกลับเดือด ปิดบัญชีโฆษณา EC หลังถูกปรับหนัก</h2>
<p>สถานการณ์ระหว่าง X และหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปทวีความตึงเครียดขึ้นอีกระดับ เมื่อ X ได้ตัดสินใจระงับบัญชีโฆษณาของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่บริษัทถูกสั่งปรับเป็นเงินมหาศาลถึง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.1 พันล้านบาท) จากทางคณะกรรมาธิการฯ</p>
<p>Nikita Bier ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X ได้ออกมากล่าวหาว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบ Ad Composer ของแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มการเข้าถึงโพสต์ที่ประกาศเรื่องค่าปรับดังกล่าวอย่างผิดปกติ โดยอ้างว่ามีการโพสต์ลิงก์ที่หลอกลวงให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าเป็นวิดีโอ เพื่อปั่นยอดการมองเห็นให้สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว</p>
<h3>เบื้องหลังค่าปรับครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้กฎหมาย DSA</h3>
<p>ค่าปรับจำนวน 140 ล้านดอลลาร์ที่คณะกรรมาธิการยุโรปสั่งลงโทษ X ถือเป็นค่าปรับครั้งแรกภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act &#8211; DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่มุ่งควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า X มีระบบการยืนยันบัญชี (Verified Accounts) ที่อาจสร้างความเข้าใจผิด ขาดความโปร่งใสในคลังข้อมูลโฆษณา และไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอแก่นักวิจัยเพื่อการตรวจสอบ</p>
<p>ทางด้าน Elon Musk เจ้าของ X ได้แสดงความไม่พอใจต่อการประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรป โดยได้ตอบกลับโพสต์ดังกล่าวสั้นๆ ว่า &#8220;bullshit&#8221; ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองฝ่าย แม้ว่า X จะปิดบัญชีโฆษณาของ EC แต่บริษัทยังคงต้องยื่นแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาตามที่กฎหมายกำหนด</p>
<h4>สรุปประเด็นความขัดแย้งระหว่าง X และคณะกรรมาธิการยุโรป</h4>
<div class="news-table-wrap">
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-table news-table">
<thead>
<tr>
<th>ฝ่าย</th>
<th>การดำเนินการ</th>
<th>เหตุผล / ข้อกล่าวหา</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>คณะกรรมาธิการยุโรป (EC)</td>
<td>สั่งปรับ X เป็นเงิน 140 ล้านดอลลาร์</td>
<td>ละเมิดกฎหมาย DSA, ระบบ Verified Account สร้างความเข้าใจผิด, ขาดความโปร่งใสเรื่องโฆษณา</td>
</tr>
<tr>
<td>X (Twitter)</td>
<td>ปิดบัญชีโฆษณาของ EC</td>
<td>กล่าวหาว่า EC ใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อเพิ่มการเข้าถึงโพสต์อย่างไม่เป็นธรรม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>ตารางตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check)</h2>
<div class="news-table-wrap">
<div class="news-table-wrap">
<table class="news-fact-table">
<thead>
<tr>
<th>ประเด็น</th>
<th>ข้อมูลจากแหล่งข่าว</th>
<th>ผลตรวจสอบของ AI</th>
<th>สถานะ</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>X ถูกปรับเป็นเงิน 140 ล้านดอลลาร์</td>
<td>The European Commission fined X roughly $140 million.</td>
<td>ข้อมูลถูกต้อง เป็นค่าปรับครั้งแรกภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA)</td>
<td>ตรง</td>
</tr>
<tr>
<td>เหตุผลที่ X ปิดบัญชีโฆษณา</td>
<td>X&#8217;s head of product accused the EC of using an exploit to artificially boost the reach of its post.</td>
<td>เป็นคำกล่าวอ้างจากฝั่ง X โดยระบุว่า EC ใช้ช่องโหว่ Ad Composer เพื่อหลอกให้ผู้ใช้คิดว่าลิงก์เป็นวิดีโอ ทำให้ยอดเข้าถึงสูงผิดปกติ</td>
<td>ตรง (เป็นการอ้างอิงคำกล่าว)</td>
</tr>
<tr>
<td>Elon Musk ยอมรับข้อกล่าวหาของ EU</td>
<td>Elon Musk replied to the European Commission&#8217;s post, calling it &#8220;bullshit.&#8221;</td>
<td>Elon Musk ไม่ได้ยอมรับ แต่ตอบโต้โพสต์ของคณะกรรมาธิการยุโรปด้วยถ้อยคำที่แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง</td>
<td>คลาดเคลื่อน</td>
</tr>
<tr>
<td>X ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับหลังปิดบัญชี EC</td>
<td>X still needs to submit specific measures and an action plan to address the concerns.</td>
<td>ไม่ถูกต้อง X ยังคงมีภาระผูกพันทางกฎหมายที่จะต้องยื่นแผนการแก้ไขตามคำสั่งของคณะกรรมาธิการยุโรป</td>
<td>คลาดเคลื่อน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2>แหล่งที่มา</h2>
<p><a href="https://www.engadget.com/social-media/x-shuts-down-the-european-commissions-ad-account-the-day-after-major-fine-173553267.html?src=rss" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer nofollow noopener noreferrer">Engadget</a></p>
<p class="ai-image-note">หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
