<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Hub IoT &#8211; ZENO Smart Systems</title>
	<atom:link href="https://zeno.co.th/tag/hub-iot/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<description>ความรู้ IoT ระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Aug 2026 15:21:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2024/08/cropped-zen-o-32x32.png</url>
	<title>Hub IoT &#8211; ZENO Smart Systems</title>
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Hub หรือ Gateway สำหรับอุปกรณ์ IoT คืออะไร จำเป็นต้องซื้อไหม</title>
		<link>https://zeno.co.th/what-is-iot-hub-or-gateway/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทีม เซนโอ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 15:21:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อุปกรณ์ IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Hub IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Matter Gateway]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Zigbee Hub]]></category>
		<category><![CDATA[เชื่อมต่ออุปกรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/?p=8221</guid>

					<description><![CDATA[Hub IoT หรือ Gateway ค…]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Hub IoT</strong> หรือ Gateway คืออุปกรณ์ตัวกลางที่ช่วยให้อุปกรณ์สมาร์ตโฮมหลายชิ้นสื่อสารกันและควบคุมผ่านแอปหรือระบบอัตโนมัติได้อย่างเป็นระบบ แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีในทุกบ้าน หากอุปกรณ์ที่มีเชื่อม Wi‑Fi และควบคุมจากแอปของตัวเองได้อยู่แล้ว คุณอาจยังไม่ต้องซื้อเพิ่ม จุดที่ Hub เริ่มมีความหมายคือเมื่อบ้านมีอุปกรณ์หลายชิ้นใช้โปรโตคอลอย่าง Zigbee หรือ Thread หรือต้องการให้ระบบทำงานร่วมกันโดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตทุกคำสั่ง</p>

<p>สิ่งที่ควรถามก่อนซื้อจึงไม่ใช่แค่ “Hub รุ่นไหนดี” แต่คือ “อุปกรณ์ที่บ้านสื่อสารกันแบบไหน และต้องการให้มันทำอะไรแทนเราบ้าง” เพราะคำว่า Hub, Gateway และ Smart Hub มักถูกใช้ทับกันในหน้าสินค้า ทั้งที่บทบาทจริงอาจต่างกันพอสมควร</p>

<h2>Hub และ Gateway ทำหน้าที่อะไรในบ้านอัจฉริยะ</h2>

<figure class="wp-block-image size-full alee-info-image"><img decoding="async" src="https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2026/08/what-is-iot-hub-or-gateway-info-01.webp" alt="อินโฟกราฟิก เชื่อมต่ออุปกรณ์ แสดง Hub และ Gateway ทำหน้าที่อะไรในบ้านอัจฉริยะ Hub/Gateway กลางภาพ รับอุปกรณ์หลายชนิดด้านซ้าย"/></figure>


<p>อุปกรณ์สมาร์ตโฮมไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกันทั้งหมด บางชิ้นต่อ Wi‑Fi โดยตรง บางชิ้นใช้ Zigbee บางชิ้นใช้ Thread และบางชิ้นรองรับมาตรฐาน Matter เพื่อให้ทำงานข้ามระบบได้ง่ายขึ้น Hub หรือ Gateway จึงเปรียบได้กับศูนย์ประสานงานระหว่างอุปกรณ์เหล่านี้กับผู้ใช้</p>

<p>หน้าที่ที่พบได้บ่อยมีดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>รับสัญญาณจากอุปกรณ์ปลายทาง</strong> เช่น เซ็นเซอร์ประตู เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว หลอดไฟ หรือสวิตช์ไร้สาย</li>
<li><strong>แปลหรือส่งต่อการสื่อสาร</strong> จากเครือข่ายเฉพาะของอุปกรณ์ไปยังแอปบนมือถือ เครือข่ายบ้าน หรือแพลตฟอร์มควบคุมอื่น</li>
<li><strong>เก็บและประมวลผลกฎอัตโนมัติ</strong> เช่น เมื่อเปิดประตูหลังพระอาทิตย์ตก ให้เปิดไฟโถง หรือเมื่อไม่พบการเคลื่อนไหวตามเงื่อนไข ให้ปิดไฟ</li>
<li><strong>รวมการจัดการอุปกรณ์</strong> ลดการต้องสลับหลายแอป โดยขึ้นอยู่กับความสามารถและระบบนิเวศที่ Hub นั้นรองรับ</li>
<li><strong>ช่วยให้บางคำสั่งทำงานภายในบ้าน</strong> ระบบที่รองรับการควบคุมแบบภายในเครือข่ายอาจตอบสนองได้แม้อินเทอร์เน็ตภายนอกมีปัญหา แต่ขอบเขตการทำงานขึ้นกับอุปกรณ์ แอป และการตั้งค่าของแต่ละระบบ</li>
</ul>

<p>นึกภาพบ้านที่มีเซ็นเซอร์ประตูหนึ่งตัวและหลอดไฟสิบดวง หากทุกชิ้นต้องต่อ Wi‑Fi โดยตรง เราเตอร์ต้องรับอุปกรณ์เพิ่มขึ้น และอุปกรณ์แต่ละแบรนด์อาจอยู่คนละแอป แต่ถ้าเซ็นเซอร์และหลอดไฟออกแบบมาให้ใช้เครือข่ายเดียวกันผ่าน Hub การสั่งงานระหว่างกันอาจเกิดขึ้นในระบบนั้นโดยตรง ไม่ต้องให้มือถือเป็นตัวกลางตลอดเวลา</p>

<div class="aaic-highlight"><p><strong>สรุปสั้น ๆ:</strong> Hub ไม่ได้ทำให้ทุกอุปกรณ์ “ฉลาดขึ้น” โดยอัตโนมัติ แต่ทำให้ชุดอุปกรณ์ที่รองรับกันเชื่อมโยงและจัดการได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระบบเซ็นเซอร์และระบบอัตโนมัติหลายเงื่อนไข</p></div>

<h2>แยกให้ออก: Smart Hub, Zigbee Hub และ Matter Gateway ไม่ใช่คำเดียวกัน</h2>

<p>ชื่อเรียกบนกล่องสินค้าอาจทำให้เข้าใจว่าอุปกรณ์ทุกแบบทำหน้าที่เหมือนกัน จึงควรดูว่ามันรองรับการเชื่อมต่อชนิดใด และเข้ากับอุปกรณ์ที่คุณมีหรือจะซื้อได้จริงหรือไม่</p>

<h3>Smart Hub คือชื่อเรียกตามบทบาท</h3>

<p>Smart Hub คือศูนย์กลางควบคุมสมาร์ตโฮมในความหมายกว้างอาจรวมการเชื่อมต่อหลายแบบไว้ในเครื่องเดียว หรืออาจถูกออกแบบเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์และแพลตฟอร์มหนึ่งเป็นหลัก สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่คำว่า “Smart” แต่เป็นรายการอุปกรณ์และมาตรฐานที่รองรับจริง</p>

<h3>Zigbee Hub คือศูนย์กลางของเครือข่าย Zigbee</h3>

<p>Zigbee เป็นโปรโตคอลไร้สายกำลังต่ำที่พบในอุปกรณ์อย่างเซ็นเซอร์ สวิตช์ และหลอดไฟจำนวนมาก อุปกรณ์ Zigbee โดยทั่วไปไม่เชื่อม Wi‑Fi เข้าบ้านโดยตรง แต่ต้องมีตัวประสานเครือข่าย เช่น Zigbee Hub หรืออุปกรณ์ควบคุมที่มี Zigbee ในตัว</p>

<p>จุดเด่นในเชิงใช้งานคืออุปกรณ์บางประเภทถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน จึงเหมาะกับเซ็นเซอร์ที่ใช้แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ Zigbee ที่เสียบไฟอยู่บางรุ่นอาจช่วยส่งต่อสัญญาณในเครือข่ายได้ อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งสรุปว่าอุปกรณ์ Zigbee ทุกแบรนด์จะจับคู่ข้าม Hub ได้เสมอควรตรวจรายชื่อรุ่นที่รองรับก่อนซื้อ เพราะการรองรับขึ้นกับผู้ผลิตและซอฟต์แวร์ของ Hub ด้วย</p>

<h3>Matter Gateway เกี่ยวกับ Matter อย่างไร</h3>

<p>Matter เป็นมาตรฐานการทำงานร่วมกันของสมาร์ตโฮม ไม่ใช่ชื่อคลื่นไร้สายเพียงอย่างเดียว อุปกรณ์ Matter บางชนิดเชื่อมผ่าน Wi‑Fi หรือ Ethernet ได้โดยตรง ขณะที่อุปกรณ์บนเครือข่าย Thread ต้องการอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Thread Border Router เพื่อเชื่อมเครือข่าย Thread เข้ากับเครือข่ายบ้าน</p>

<p>คำว่า Matter Gateway ในตลาดจึงควรอ่านรายละเอียดให้ดี บางผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่พาอุปกรณ์ของแบรนด์เดิมเข้าสู่ระบบ Matter บางตัวเป็นทั้งศูนย์กลางควบคุมและตัวเชื่อมเครือข่าย ส่วนบางตัวรองรับ Matter แต่ไม่ได้เป็นคำตอบแทน Hub สำหรับทุกโปรโตคอล คำว่า “รองรับ Matter” เพียงอย่างเดียวไม่บอกว่ามันเพิ่มอุปกรณ์ Zigbee หรือ Thread ได้ทุกชนิด</p>

<h2>กรณีไหนที่ยังไม่ต้องซื้อ Hub เพิ่ม</h2>

<figure class="wp-block-image size-full alee-info-image"><img decoding="async" src="https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2026/08/what-is-iot-hub-or-gateway-info-03.webp" alt="อินโฟกราฟิก เชื่อมต่ออุปกรณ์ แสดง กรณีไหนที่ยังไม่ต้องซื้อ Hub เพิ่ม เปรียบเทียบสองฝั่ง: ชุดเริ่มต้นแบบเชื่อมต่อตรงที่เหมาะกั"/></figure>


<p>การมี Hub ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของบ้านอัจฉริยะ หากเป้าหมายยังเรียบง่ายและอุปกรณ์ที่เลือกทำงานแบบเชื่อมต่อโดยตรงได้ครบอยู่แล้ว การเริ่มโดยไม่มี Hub อาจติดตั้งง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า</p>

<ul>
<li>มีอุปกรณ์ Wi‑Fi เพียงไม่กี่ชิ้น และยอมรับการควบคุมผ่านแอปของแต่ละแบรนด์ได้</li>
<li>ต้องการเพียงสั่งเปิดปิด ตั้งเวลา หรือควบคุมด้วยเสียงในฟังก์ชันพื้นฐานที่อุปกรณ์รองรับอยู่แล้ว</li>
<li>เลือกอุปกรณ์ที่ระบุชัดว่าทำงานได้โดยไม่ต้องมี Bridge, Hub หรือ Gateway เพิ่ม</li>
<li>ยังทดลองใช้สมาร์ตโฮมและไม่แน่ใจว่าจะขยายระบบในอนาคต</li>
</ul>

<p>ตัวอย่างเช่น หากต้องการเปลี่ยนหลอดไฟบางดวงเพื่อสั่งเปิดปิดและตั้งเวลาได้จากมือถือ หลอดไฟ Wi‑Fi ที่รองรับการใช้งานตรงตามต้องการอาจเพียงพอ ประเด็นนี้ต่างจากการเลือกว่าหลอดไฟอัจฉริยะคุ้มกว่าหลอด LED ธรรมดาหรือไม่ เพราะที่นี่กำลังตัดสินใจเรื่อง “โครงสร้างการเชื่อมต่อ” ไม่ใช่ความสามารถของหลอดไฟเป็นหลัก</p>

<h2>เมื่อไร Hub จะช่วยให้ระบบคุ้มและน่าใช้ขึ้น</h2>

<p>Hub มักเริ่มคุ้มเมื่อความต้องการเปลี่ยนจากการ “สั่งอุปกรณ์ทีละชิ้น” ไปเป็นการให้บ้านตอบสนองต่อเหตุการณ์ อุปกรณ์ประเภทเซ็นเซอร์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะคุณค่าของมันมักอยู่ที่การกระตุ้นให้อุปกรณ์อื่นทำงานต่อ ไม่ใช่แค่ส่งแจ้งเตือนเข้ามือถือ</p>

<h3>ต้องการทำระบบอัตโนมัติที่มีเหตุและผลชัดเจน</h3>

<p>สมมติว่าต้องการให้ไฟทางเดินเปิดเมื่อมีการเคลื่อนไหวในช่วงกลางคืน และดับเองเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวครบเวลาที่ตั้งไว้ การทำงานลักษณะนี้ต้องมีทั้งเซ็นเซอร์ อุปกรณ์ไฟ และจุดที่จัดเก็บกฎการทำงาน หากทั้งหมดอยู่ในระบบเดียวกันผ่าน Hub การตั้งค่าและการดูแลมักเป็นระเบียบกว่าการพยายามเชื่อมบริการหลายแอปเข้าด้วยกัน</p>

<h3>มีอุปกรณ์แบตเตอรี่หรือวางแผนติดเซ็นเซอร์หลายจุด</h3>

<p>เซ็นเซอร์ประตู อุณหภูมิ น้ำรั่ว หรือปุ่มกดไร้สายจำนวนมากใช้ Zigbee หรือ Thread แทน Wi‑Fi การเลือก Hub ที่เข้ากันได้ตั้งแต่ต้นช่วยเปิดทางให้อุปกรณ์ประเภทนี้ทำงานในระบบเดียวกัน โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ตัวกลางแยกตามแบรนด์ภายหลัง</p>

<h3>อยากลดภาระการจัดการหลายแอป</h3>

<p>บ้านที่เริ่มมีไฟ สวิตช์ ม่าน เซ็นเซอร์ และปลั๊กอัจฉริยะจากหลายหมวดอาจพบว่าปัญหาไม่ใช่การสั่งงานไม่ได้ แต่เป็นจำไม่ได้ว่าอุปกรณ์อยู่แอปใด Smart Hub หรือแพลตฟอร์มที่รองรับอุปกรณ์ของคุณอาจช่วยรวมฉากการทำงาน เช่น “ออกจากบ้าน” ให้สั่งปิดไฟบางส่วน ปิดปลั๊กที่กำหนด และตรวจสถานะประตูได้ในจุดเดียว</p>

<h3>ต้องการความต่อเนื่องเมื่อเน็ตภายนอกมีปัญหา</h3>

<p>บางระบบให้ Hub ประมวลผลคำสั่งอัตโนมัติภายในบ้าน จึงยังทำงานบางส่วนได้แม้บริการอินเทอร์เน็ตขัดข้อง แต่ไม่ควรเหมารวมว่า Hub ทุกตัวทำงานออฟไลน์ได้ทั้งหมด การสั่งงานจากนอกบ้าน การแจ้งเตือนบนคลาวด์ ผู้ช่วยเสียง และการเชื่อมต่ออุปกรณ์แต่ละชนิดอาจยังต้องใช้อินเทอร์เน็ตควรตรวจว่ากฎใดทำงานแบบภายในบ้านได้จริงก่อนนำไปใช้กับงานสำคัญ</p>

<h2>อย่าสับสนระหว่าง Hub กับเราเตอร์ Wi‑Fi</h2>

<figure class="wp-block-image size-full alee-info-image"><img decoding="async" src="https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2026/08/what-is-iot-hub-or-gateway-info-05.webp" alt="อินโฟกราฟิก เชื่อมต่ออุปกรณ์ แสดง อย่าสับสนระหว่าง Hub กับเราเตอร์ Wi‑Fi สองคอลัมน์ชัดเจน: Router เชื่อมอุปกรณ์ Wi‑Fi"/></figure>


<p>เราเตอร์มีหน้าที่สร้างและจัดการเครือข่ายบ้าน รวมถึงเชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ต ส่วน Hub สมาร์ตโฮมเน้นจัดการอุปกรณ์และโปรโตคอลของระบบบ้านอัจฉริยะ แม้บางผลิตภัณฑ์จะรวมหลายหน้าที่ไว้ในเครื่องเดียว แต่หน้าที่ทั้งสองไม่ได้แทนกันโดยอัตโนมัติ</p>

<p>ดังนั้นการซื้อ Hub ไม่ได้แก้ปัญหา Wi‑Fi อ่อน เน็ตช้า หรือสัญญาณหลุด หากอุปกรณ์ Wi‑Fi อยู่ไกลจากจุดกระจายสัญญาณหรือเครือข่ายบ้านมีปัญหาควรแก้ที่โครงข่าย Wi‑Fi ก่อน ส่วน Hub ช่วยเลือกเส้นทางและวิธีจัดการอุปกรณ์สมาร์ตโฮมที่รองรับมัน ไม่ใช่ตัวขยายสัญญาณ Wi‑Fi โดยตัวมันเอง</p>

<h2>เช็กลิสต์เลือก Hub ให้ไม่ติดระบบปิดโดยไม่ตั้งใจ</h2>

<p>คำว่า “รองรับ” ต้องดูเป็นชั้น ๆ ไม่ใช่เห็นโลโก้เดียวแล้วตัดสินใจ เพราะอุปกรณ์หนึ่งชิ้นอาจรองรับมาตรฐานหนึ่ง แต่ยังขาดฟังก์ชันบางอย่างเมื่อทำงานกับ Hub ที่ต่างแบรนด์</p>

<ol>
<li><strong>เริ่มจากรายการอุปกรณ์ที่มีและที่จะซื้อ</strong> จดแบรนด์ รุ่น และประเภทการเชื่อมต่อ หากยังไม่มีอุปกรณ์ ให้เริ่มจากสิ่งที่ต้องการทำจริง เช่น ตรวจน้ำรั่ว ควบคุมไฟ หรือสร้างฉากก่อนนอน</li>
<li><strong>ตรวจว่าอุปกรณ์ต้องมี Hub หรือไม่</strong> อ่านข้อกำหนดของอุปกรณ์แต่ละชิ้น อย่าคิดว่า Zigbee, Matter หรือคำว่า Smart ใช้แทนกันได้</li>
<li><strong>ดูโปรโตคอลที่ Hub รองรับ</strong> หากจะใช้อุปกรณ์ Zigbee ให้ดูการรองรับ Zigbee โดยตรง หากสนใจ Thread ให้ตรวจบทบาท Thread Border Router และหากมอง Matter ให้ตรวจว่าเพิ่มอุปกรณ์ Matter ได้ในรูปแบบใด</li>
<li><strong>ตรวจความเข้ากันได้ระดับรุ่น</strong> โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้ต่างแบรนด์ ตรวจรายชื่ออุปกรณ์ที่ผู้ผลิตระบุ รวมถึงฟังก์ชันที่ใช้ได้จริง เช่น การรายงานสถานะ การตั้งอัตโนมัติ หรือการอัปเดตเฟิร์มแวร์</li>
<li><strong>พิจารณาการทำงานเมื่ออินเทอร์เน็ตล่ม</strong> ถ้าระบบเกี่ยวข้องกับไฟทางเดิน เซ็นเซอร์ หรือการแจ้งเตือนในบ้าน ให้แยกให้ออกว่าคำสั่งใดเป็นแบบภายในบ้าน และคำสั่งใดต้องผ่านคลาวด์</li>
<li><strong>ดูวิธีดูแลระยะยาว</strong> Hub เป็นจุดกลางของระบบ จึงควรเลือกแบรนด์ที่มีแนวทางอัปเดตซอฟต์แวร์ชัดเจน และอย่าลืมวางตำแหน่งให้รับสัญญาณจากอุปกรณ์ได้เหมาะสม</li>
</ol>

<h2>วางระบบเล็ก ๆ ให้ขยายได้ โดยไม่ต้องซื้อทุกอย่างพร้อมกัน</h2>

<p>แนวทางที่ปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้นคือเลือกหนึ่งปัญหาที่อยากแก้และสร้างระบบเล็กให้จบก่อน เช่น จุดไฟทางเดินที่เปิดตามการเคลื่อนไหว หรือเซ็นเซอร์ประตูที่แจ้งสถานะพร้อมเชื่อมกับไฟในบ้าน จากนั้นค่อยดูว่าระบบเดิมรองรับการเพิ่มอุปกรณ์ประเภทถัดไปหรือไม่</p>

<p>หากอุปกรณ์ชุดแรกเป็น Wi‑Fi และตอบโจทย์อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่ม Hub แต่ถ้ารู้ตั้งแต่ต้นว่าจะใช้เซ็นเซอร์หลายตัว สวิตช์ไร้สาย หรืออุปกรณ์ Zigbee หลายจุด การเริ่มด้วย Zigbee Hub ที่เข้ากันได้อาจลดการเปลี่ยนระบบภายหลังได้ ส่วนผู้ที่ต้องการผสมอุปกรณ์ต่างแบรนด์ควรให้ความสำคัญกับความเข้ากันได้ตามรายการจริง มากกว่าตัดสินจากคำโฆษณาว่าเป็น Matter Gateway เพียงอย่างเดียว</p>

<p>ท้ายที่สุด Hub ที่เหมาะสมไม่ใช่ตัวที่มีคำย่อมากที่สุด แต่คือตัวที่ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ตามแผนของคุณง่าย เสถียร และดูแลต่อได้ หากบ้านยังมีอุปกรณ์น้อย การเริ่มแบบไม่ใช้ Hub ก็เป็นคำตอบที่ดีได้ แต่เมื่ออยากให้หลายอุปกรณ์ตอบสนองร่วมกันอย่างมีเหตุผล Hub จะกลายเป็นโครงสร้างที่ทำให้สมาร์ตโฮม “ทำงานเป็นระบบ” มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องใช้ที่สั่งผ่านมือถือได้</p>


<div class="wp-block-group aacr-highlight aacr-related aaic-v5413 aaic-native-v1 is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">

<p class="aacr-title wp-block-paragraph"><strong>เรื่องแนะนำ</strong></p>


<ul class="wp-block-list">

<li><a href="https://zeno.co.th/mesh-wifi-vs-router-for-home/">Mesh Wi-Fi ต่างจาก Router ธรรมดายังไง บ้านแบบไหนควรใช้</a></li>


<li><a href="https://zeno.co.th/modem-vs-router-do-you-need-both/">โมเด็มกับเราเตอร์ต่างกันอย่างไร บ้านหนึ่งหลังต้องมีทั้งสองอย่างไหม</a></li>

</ul>

</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
