บล็อกเบอร์มิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ วิธีตั้งค่ามือถือไม่ให้โดนหลอก

การรับมือและบล็อกเบอร์มิจฉาชีพกลายเป็นทักษะจำเป็นในยุคดิจิทัล เพื่อป้องกันการถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ระบาดหนัก บทความนี้จะแนะนำวิธีตั้งค่ามือถือทั้ง iPhone และ Android อย่างละเอียด รวมถึงข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

Key takeaways

  • เรียนรู้วิธีบล็อกเบอร์มิจฉาชีพด้วยตนเองทีละเบอร์ ทั้งบนระบบ iOS และ Android
  • เปิดใช้งานฟีเจอร์กรองเบอร์โทรที่ไม่รู้จัก (Silence Unknown Callers) บน iPhone เพื่อลดการรบกวน
  • ใช้ฟีเจอร์ ID ผู้โทรและการป้องกันสแปม (Caller ID & spam protection) ที่มีมาให้ในมือถือ Android ส่วนใหญ่
  • พิจารณาความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวอย่างรอบคอบก่อนติดตั้งแอปพลิเคชันบล็อกเบอร์จากภายนอก
  • สร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดด้วยการไมให้ข้อมูลส่วนตัวกับสายที่ไม่น่าไว้วางใจ และตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ

ภัยร้ายใกล้ตัว: ทำไมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึงยังระบาด?

แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี กลุ่มคนร้ายเหล่านี้มักใช้เทคนิคทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ทำให้คนจำนวนมากตกหลุมพรางแม้จะระวังตัวแล้วก็ตาม กลยุทธ์ที่พบบ่อยคือการสร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อถือ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เช่น ตำรวจ กรมสรรพากร หรือบริษัทขนส่ง เพื่อทำให้เหยื่อตกใจกลัวหรือหลงเชื่อในผลประโยชน์ที่เสนอ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหานี้ยังคงอยู่คือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ง่ายขึ้นในโลกออนไลน์ รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยให้มิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงเบอร์โทรศัพท์ (Spoofing) ให้ดูเหมือนว่าโทรมาจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้จริง ดังนั้น การพึ่งพาเพียงการดูเบอร์โทรเข้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การตั้งค่าป้องกันบนสมาร์ทโฟนของเราจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการรับมือ

วิธีบล็อกเบอร์มิจฉาชีพด้วยตนเองบนมือถือ

การบล็อกเบอร์ด้วยตนเองเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดเมื่อคุณได้รับสายหรือข้อความที่ไม่ต้องการ แม้จะต้องทำทีละเบอร์ แต่ก็เป็นการป้องกันไม่ให้เบอร์นั้นๆ ติดต่อคุณได้อีกในอนาคต ทั้งระบบ iOS และ Android มีขั้นตอนการทำที่ไม่ซับซ้อน

สำหรับผู้ใช้ iPhone (iOS)

คุณสามารถบล็อกเบอร์โทรได้จากหลายส่วนในแอปโทรศัพท์ (Phone App) ไม่ว่าจะเป็นจากรายการล่าสุด (Recents), รายชื่อ (Contacts) หรือข้อความ (Messages)

  • บลอกจากรายการโทรล่าสุด (Recents): เปิดแอป ‘Phone’ ไปที่แท็บ ‘Recents’ แตะที่ไอคอน ‘i’ (Information) ข้างเบอร์โทรที่ต้องการบล็อก เลื่อนลงมาด้านล่างสุดแล้วแตะที่ ‘Block this Caller’ และยืนยันอีกครั้ง
  • บลอกจากรายชื่อ (Contacts): หากคุณเผลอบันทึกเบอร์มิจฉาชีพไว้ ให้ไปที่แอป ‘Contacts’ เลือกชื่อที่ต้องการบล็อก เลื่อนลงมาแล้วแตะ ‘Block this Caller’
  • บลอกจากข้อความ (Messages): เปิดแอป ‘Messages’ แล้วเข้าไปในบทสนทนาจากเบอร์ที่ไม่ต้องการ แตะที่เบอร์โทรหรือชื่อด้านบนสุดของจอ แตะที่ ‘Info’ แล้วเลือก ‘Block this Caller’

สำหรับผู้ใช้ Android

ขั้นตอนการบล็อกเบอร์บน Android อาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของมือถือ แต่โดยหลักการแล้วจะคล้ายคลึงกัน โดยส่วนใหญ่จะทำผ่านแอปโทรศัพท์ (Phone App) ที่ติดตั้งมากับเครื่อง

  • บลอกจากประวัติการโทร: เปิดแอป ‘Phone’ ไปที่ประวัติการโทร (Call History/Recents) แตะค้างที่เบอร์ที่ต้องการบล็อก หรือแตะที่เมนูสามจุด (…) ข้างเบอร์นั้นๆ แล้วเลือก ‘Block’ หรือ ‘Block/report spam’
  • ยืนยันการบล็อก: ระบบจะถามเพื่อยืนยันการบล็อก บางรุ่นอาจมีตัวเลือกให้รายงานเบอร์ดังกล่าวว่าเป็นสแปมด้วย ซึ่งจะช่วยให้ระบบกรองเบอร์ของ Google ทำงานได้ดีขึ้นในอนาคต

ยกระดับการป้องกันด้วยฟีเจอร์ติดเครื่อง

นอกจากการบล็อกทีละเบอร์แล้ว ทั้ง iPhone และ Android ยังมีเครื่องมืออัตโนมัติที่ช่วยกรองสายที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นวิธีที่แนะนำอย่างยิ่งเพราะช่วยลดการรบกวนได้ตั้งแต่แรก

การตั้งค่าสำคัญที่ควรเปิดใช้งาน

บน iPhone: Silence Unknown Callers
ฟีเจอร์นี้จะปิดเสียงการแจ้งเตือนสำหรับสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อของคุณ, เบอร์ที่คุณไม่เคยโทรออก หรือเบอร์ที่ไม่ได้มาจากคำแนะนำของ Siri สายเหล่านี้จะถูกส่งไปที่ Voicemail โดยตรงและแสดงในรายการโทรล่าสุด แต่โทรศัพท์ของคุณจะไม่ดังขึ้นมารบกวน

วิธีเปิดใช้งาน: ไปที่ Settings > Phone > เลื่อนลงมาแล้วเลือก Silence Unknown Callers > แตะเพื่อเปิดใช้งาน

บน Android: Caller ID & spam protection
มือถือ Android ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้แอปโทรศัพท์ของ Google จะมีฟีเจอร์นี้มาให้ ซึ่งจะใช้ฐานข้อมูลของ Google เพื่อระบุเบอร์ที่น่าสงสัยว่าเป็นสแปม และอาจแสดงคำเตือนบนหน้าจอเมื่อมีสายเข้า หรือตั้งค่าให้บล็อกสายสแปมโดยอัตโนมัติได้เลย

วิธีเปิดใช้งาน: เปิดแอป Phone > แตะที่เมนูสามจุด (…) > Settings > Caller ID & spam > เปิดใช้งาน ‘See caller and spam ID’ และ ‘Filter spam calls’

แอปพลิเคชันบล็อกเบอร์: ดาบสองคมที่ต้องระวัง

หลายคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับแอปพลิเคชันเสริม เช่น Whoscall ที่ช่วยระบุเบอร์ที่ไม่รู้จักและบล็อกเบอร์มิจฉาชีพได้ แอปเหล่านี้ทำงานโดยอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมจากผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการระบุเบอร์แปลกๆ ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งแอปประเภทนี้มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แอปเหล่านี้มักจะขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนบนมือถือของคุณ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ (Contacts) และประวัติการโทร (Call Log) เพื่อนำไปปรับปรุงฐานข้อมูลของแอป ซึ่งหมายความว่าข้อมูลเบอร์โทรของเพื่อนหรือครอบครัวคุณอาจถูกอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้พัฒนาแอปได้

ข้อควรพิจารณาก่อนติดตั้งแอปบล็อกเบอร์:

  • อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้พัฒนาแอปมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการข้อมูล และคุณยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นได้หรือไม่
  • ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง (Permissions): ดูว่าแอปขอสิทธิ์เข้าถึงอะไรบ้าง และพิจารณาว่าจำเป็นต่อการทำงานของแอปจริงหรือไม่
  • เลือกแอปที่น่าเชื่อถือ: ดาวน์โหลดแอปจากผู้พัฒนาที่มีชื่อเสียงและมียอดดาวน์โหลดสูง พร้อมทั้งอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานคนอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ

โดยสรุปแล้ว การใช้ฟีเจอร์ที่มีมาให้ในเครื่องเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากต้องการความสามารถเพิ่มเติมจากแอปภายนอก ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่อาจเกิดขึ้น

สรุป: ตั้งค่าป้องกันและมีสติ คือเกราะที่ดีที่สุด

การบล็อกเบอร์มิจฉาชีพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันตัวในโลกไซเบอร์เท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการผสมผสานทั้งเครื่องมือทางเทคโนโลยีและความรอบคอบส่วนตัว การเปิดใช้ฟีเจอร์กรองเบอร์แปลกหน้าบนมือถือของคุณเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีสติอยู่เสมอเมื่อรับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย อย่าหลงเชื่อคำขู่หรือข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง และห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านใดๆ ทางโทรศัพท์เด็ดขาด หากไม่แน่ใจ ให้วางสายแล้วติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงผ่านเบอร์โทรที่เป็นทางการเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การบล็อกเบอร์แล้ว มิจฉาชีพยังสามารถโทรหาเราจากเบอร์อื่นได้หรือไม่?

ได้ครับ การบล็อกเป็นการป้องกันเฉพาะเบอร์นั้นๆ เท่านั้น มิจฉาชีพมักมีเบอร์โทรศัพท์จำนวนมากและสามารถเปลี่ยนเบอร์ใหม่เพื่อโทรหาคุณได้เสมอ ดังนั้นการเปิดฟีเจอร์กรองเบอร์ที่ไม่รู้จัก (Silence Unknown Callers/Filter spam calls) จะช่วยป้องกันในภาพรวมได้ดีกว่า

แอปบล็อกเบอร์อย่าง Whoscall ปลอดภัยแค่ไหน?

แอปเหล่านี้มีประโยชน์ในการระบุเบอร์ที่ไม่รู้จัก แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากแอปอาจเข้าถึงและรวบรวมข้อมูลรายชื่อติดต่อในมือถือของคุณเพื่อสร้างฐานข้อมูลส่วนกลาง ควรเลือกใช้แอปจากผู้พัฒนาที่น่าเชื่อถือและอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างละเอียดก่อนติดตั้ง

ถ้าเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้วควรทำอย่างไร?

หากให้ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัตรเครดิต หรือรหัสผ่านแอปธนาคาร ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัตรและเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านทันที หากให้ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เช่น เลขบัตรประชาชน ให้รวบรวมหลักฐานการสนทนาแล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด

ฟีเจอร์ ‘Silence Unknown Callers’ บน iPhone จะทำให้พลาดสายสำคัญหรือไม่?

มีความเป็นไปได้ หากมีคนสำคัญที่ใช้เบอร์ใหม่โทรหาคุณโดยที่คุณยังไม่ได้บันทึกเบอร์ไว้ สายนั้นจะถูกส่งไปที่ Voicemail โดยโทรศัพท์ไม่ดัง อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถเห็นสายที่ไม่ได้รับในรายการโทรล่าสุด (Recents) และโทรกลับได้เสมอ เป็นการแลกความสะดวกเล็กน้อยกับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

Similar Posts