วิธีปิดแจ้งเตือนเว็บ (Notification Block) บน Chrome ไม่ให้โฆษณาเด้งกวนใจ
เบื่อไหมกับปัญหาโฆษณาหรือข้อความไม่พึงประสงค์ที่เด้งขึ้นมาตลอดเวลา? บทความนี้จะแนะนำวิธีปิดแจ้งเตือนเว็บบน Google Chrome อย่างละเอียด ทั้งการบล็อกเว็บใหม่ไม่ให้ขอสิทธิ์ และการจัดการเว็บที่เผลอกดอนุญาตไปแล้ว เพื่อให้คุณกลับมาท่องอินเทอร์เน็ตได้อย่างสงบสุขอีกครั้ง
Key takeaways
- คุณสามารถตั้งค่า Chrome ให้บล็อกคำขอส่งการแจ้งเตือนจากทุกเว็บไซต์ได้โดยอัตโนมัติ
- สามารถเข้าไปจัดการและลบสิทธิ์การแจ้งเตือนของแต่ละเว็บไซต์ที่เคยอนุญาตไปแล้วได้
- การปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นช่วยลดสิ่งรบกวน เพิ่มสมาธิ และป้องกันความเสี่ยงจากลิงก์สแปมหรือฟิชชิ่ง
- ไม่ใช่ทุกการแจ้งเตือนที่ควรปิด บางเว็บ เช่น อีเมล หรือปฏิทิน อาจมีประโยชน์หากเปิดไว้
ทำไมการแจ้งเตือนจากเว็บไซต์จึงกลายเป็นปัญหากวนใจ?
ฟีเจอร์การแจ้งเตือน (Web Push Notifications) ถูกออกแบบมาเพื่อให้เว็บไซต์สามารถส่งข้อมูลอัปเดตที่สำคัญถึงผู้ใช้ได้โดยตรง เช่น ข่าวสารด่วน, อีเมลใหม่, หรือข้อความแชท แต่ในปัจจุบัน เว็บไซต์จำนวนมากกลับใช้ช่องทางนี้ในทางที่ผิดเพื่อส่งโฆษณา, โปรโมชันที่ไม่ต้องการ, หรือแม้กระทั่งลิงก์หลอกลวง (Phishing) ทำให้เกิดความรำคาญและลดประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้ลงอย่างมาก
ปัญหาหลักคือผู้ใช้จำนวนมากมักจะเผลอกด ‘อนุญาต’ (Allow) บนหน้าต่างป๊อปอัปที่ขอสิทธิ์ส่งการแจ้งเตือนโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเวลาผ่านไป การแจ้งเตือนเหล่านี้จะสะสมจนกลายเป็นสแปมที่ควบคุมได้ยาก การเรียนรู้วิธีจัดการจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้เบราว์เซอร์ทุกคน
วิธีที่ 1: ปิดแจ้งเตือนเว็บทั้งหมดใน Chrome (ป้องกันเว็บใหม่)
วิธีนี้เป็นการตั้งค่าเริ่มต้นให้ Chrome ปฏิเสธคำขอส่งการแจ้งเตือนจากเว็บไซต์ใหม่ๆ ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบสุขและไม่ต้องการรับการแจ้งเตือนจากเว็บใดๆ เลย เป็นวิธีที่แนะนำที่สุดในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ขั้นตอนการตั้งค่า:
- เปิดเบราว์เซอร์ Google Chrome คลิกที่ไอคอนจุดสามจุด (เมนู) บริเวณมุมขวาบน และเลือก ‘การตั้งค่า’ (Settings)
- ในเมนูด้านซ้าย เลือก ‘ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย’ (Privacy and security)
- เลื่อนลงมาแล้วคลิกที่ ‘การตั้งค่าเว็บไซต์’ (Site Settings)
- ในส่วน ‘สิทธิ์’ (Permissions) ให้มองหาและคลิกที่ ‘การแจ้งเตือน’ (Notifications)
- ในหน้าการตั้งค่าการแจ้งเตือน ให้เลือกตัวเลือก ‘ไม่อนุญาตให้เว็บไซต์ส่งการแจ้งเตือน’ (Don’t allow sites to send notifications)
เพียงเท่านี้ เว็บไซต์ใหม่ๆ ที่คุณเข้าชมก็จะไม่สามารถแสดงหน้าต่างป๊อปอัปเพื่อขอสิทธิ์ส่งการแจ้งเตือนได้อีกต่อไป ช่วยลดความรำคาญได้อย่างถาวร
วิธีที่ 2: บล็อกแจ้งเตือนเป็นรายเว็บไซต์ (สำหรับเว็บที่เคยอนุญาตแล้ว)
หากคุณได้เผลอกดอนุญาตให้บางเว็บไซต์ส่งการแจ้งเตือนมาแล้ว การตั้งค่าในวิธีแรกจะไม่ส่งผลย้อนหลัง คุณจำเป็นต้องเข้ามาจัดการสิทธิ์ของเว็บเหล่านั้นด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ในหน้าตั้งค่าเดียวกัน
ขั้นตอนการจัดการเว็บที่เคยอนุญาต
- เข้าสู่หน้าตั้งค่าการแจ้งเตือน: ทำตามขั้นตอนที่ 1-4 ในวิธีแรกอีกครั้ง เพื่อกลับไปยังหน้า ‘การแจ้งเตือน’ (Notifications)
- ตรวจสอบรายชื่อเว็บ: เลื่อนลงมาด้านล่าง คุณจะพบกับส่วน ‘ได้รับอนุญาตให้ส่งการแจ้งเตือน’ (Allowed to send notifications) ซึ่งจะแสดงรายชื่อเว็บไซต์ทั้งหมดที่คุณเคยให้สิทธิ์ไว้
- ทำการบล็อก: หากต้องการบล็อกเว็บไหน ให้คลิกที่ไอคอนจุดสามจุดหลังชื่อเว็บนั้น แล้วเลือก ‘บล็อก’ (Block) เว็บไซต์นั้นจะถูกย้ายไปอยู่ในรายชื่อ ‘ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งการแจ้งเตือน’ (Not allowed to send notifications) ทันที
- ลบสิทธิ์ (ทางเลือก): หากคุณไม่ต้องการบล็อกถาวร แต่อยากลบสิทธิ์ที่เคยให้ไปเฉยๆ ให้เลือก ‘นำออก’ (Remove) แทน หากคุณเข้าเว็บนั้นอีกครั้งในอนาคต เว็บจะถามสิทธิ์ใหม่อีกรอบ
แนะนำให้ใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบรายชื่อเว็บไซต์ในส่วน ‘ได้รับอนุญาต’ ทั้งหมด และทำการบล็อกหรือลบเว็บไซต์ที่คุณไม่รู้จักหรือไม่ต้องการรับข่าวสารออกไปให้หมด
ข้อควรระวัง: ไม่ใช่ทุกการแจ้งเตือนที่ควรปิด
แม้ว่าการแจ้งเตือนส่วนใหญ่จะน่ารำคาญ แต่บางประเภทก็มีประโยชน์อย่างยิ่ง เช่น การแจ้งเตือนอีเมลใหม่จาก Gmail, การแจ้งเตือนนัดหมายจาก Google Calendar, หรือข้อความใหม่จากเว็บแอปพลิเคชันอย่าง Slack หรือ Microsoft Teams หากคุณใช้บริการเหล่านี้ผ่านเบราว์เซอร์เป็นประจำ การอนุญาตให้เว็บเหล่านี้ส่งการแจ้งเตือนจะช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ดังนั้น แทนที่จะบล็อกทุกอย่าง คุณอาจเลือกใช้การตั้งค่า ‘ไม่อนุญาตให้เว็บไซต์ส่งการแจ้งเตือน’ เป็นค่าเริ่มต้น แล้วค่อยๆ เพิ่มเว็บไซต์ที่จำเป็นและเชื่อถือได้เข้าไปในรายการ ‘ได้รับอนุญาต’ (Allowed) ด้วยตนเองผ่านปุ่ม ‘เพิ่ม’ (Add) ซึ่งจะทำให้คุณสามารถควบคุมการแจ้งเตือนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุปแล้ว การจัดการการแจ้งเตือนบน Chrome ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่สละเวลาตั้งค่าไม่กี่นาที คุณก็จะสามารถทวงคืนความสงบในการท่องเว็บกลับมาได้ ลดสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการคลิกลิงก์ที่อาจเป็นอันตรายซึ่งแฝงมากับการแจ้งเตือนสแปมได้อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หากปิดการแจ้งเตือนไปแล้ว จะกลับมาเปิดใหม่สำหรับบางเว็บได้หรือไม่?
ได้แน่นอน คุณสามารถกลับไปที่หน้า ‘การตั้งค่า’ > ‘การตั้งค่าเว็บไซต์’ > ‘การแจ้งเตือน’ แล้วในส่วน ‘ได้รับอนุญาตให้ส่งการแจ้งเตือน’ ให้คลิกปุ่ม ‘เพิ่ม’ (Add) จากนั้นใส่ URL ของเว็บไซต์ที่ต้องการ แล้วกดบันทึก
ทำไมบล็อกการแจ้งเตือนแล้วยังมีป๊อปอัปโฆษณาอยู่?
หากคุณยังพบป๊อปอัปโฆษณาที่ไม่ใช่การแจ้งเตือนของ Chrome อาจเป็นไปได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอาจมีมัลแวร์หรือส่วนขยาย (Extension) ที่ไม่พึงประสงค์ติดตั้งอยู่ ควรลองสแกนไวรัสและตรวจสอบส่วนขยายที่น่าสงสัยใน Chrome แล้วลบออก
วิธีนี้ใช้ได้กับเบราว์เซอร์อื่น เช่น Firefox หรือ Edge หรือไม่?
หลักการคล้ายกัน แต่เมนูและตำแหน่งการตั้งค่าจะแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วเบราว์เซอร์สมัยใหม่ทุกตัวจะมีฟังก์ชันให้จัดการสิทธิ์การแจ้งเตือนของเว็บไซต์อยู่ในส่วนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
การบล็อกการแจ้งเตือนช่วยเรื่องความปลอดภัยได้จริงหรือ?
ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะการแจ้งเตือนสแปมจำนวนมากมักมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หลอกลวง (Phishing) หรือเว็บที่มีมัลแวร์ การปิดกั้นการแจ้งเตือนเหล่านี้ตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสที่คุณจะเผลอคลิกลิงก์อันตรายเหล่านั้นได้
