<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="https://zeno.co.th/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-google-drive/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<description>สรุปข่าวเเทคโนโลยี &#38;ไลฟ์สไตล์ พร้อมแนวคิดดี ๆ ที่เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Dec 2025 01:41:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://zeno.co.th/wp-content/uploads/2024/08/cropped-zen-o-32x32.png</url>
	<title>วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive &#8211; ZEN O | ข่าว เทคโนโลยี &amp;ไลฟ์สไตล์</title>
	<link>https://zeno.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive และจัดไฟล์ให้หาเจอง่ายภายใน 10 นาที</title>
		<link>https://zeno.co.th/how-to-increase-google-drive-space-organize-files/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทีม เซนโอ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 01:41:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Digital Life]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการสตอเรจ]]></category>
		<category><![CDATA[จัดระเบียบไฟล์]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ Google Drive เต็ม]]></category>
		<category><![CDATA[ลบไฟล์ใน Google Drive]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://zeno.co.th/?p=4194</guid>

					<description><![CDATA[ปัญหาพื้นที่ Google Drive เต็มเป็นเรื่องที่หลายคนเจอ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล ไฟล์งาน หรือรูปภาพที่สะสมมานาน บทความนี้จะแนะนำวิธีเพิ...]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class='lead'>ปัญหาพื้นที่ Google Drive เต็มเป็นเรื่องที่หลายคนเจอ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล ไฟล์งาน หรือรูปภาพที่สะสมมานาน บทความนี้จะแนะนำวิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การค้นหาและลบไฟล์ขนาดใหญ่ ไปจนถึงการจัดระเบียบไฟล์ให้เป็นระบบ ทำให้คุณจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและหาของเจอง่ายขึ้น</p>
<div class='highlight-box'>
<h3>Story Brief: สรุปสิ่งที่ควรรู้</h3>
<ul>
<li>พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 15GB ของ Google จะถูกใช้ร่วมกันระหว่าง Google Drive, Gmail และ Google Photos</li>
<li>วิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มพื้นที่คือการค้นหาและลบไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นผ่านเครื่องมือจัดการพื้นที่ของ Google</li>
<li>อย่าลืมลบไฟล์ในถังขยะ (Trash) ทั้งใน Drive และ Gmail เพราะไฟล์ที่ถูกลบจะยังคงกินพื้นที่อยู่จนกว่าจะล้างถังขยะ</li>
<li>การจัดระเบียบไฟล์ด้วยโฟลเดอร์และระบบการตั้งชื่อที่ชัดเจน ช่วยให้การจัดการในระยะยาวง่ายขึ้นและลดไฟล์ซ้ำซ้อน</li>
<li>หากเคลียร์พื้นที่จนสุดแล้ว การอัปเกรดเป็น Google One เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเพื่อให้ได้พื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม</li>
</ul>
</div>
<h2>ทำไมพื้นที่ Google Drive ถึงเต็มเร็ว?</h2>
<p>ก่อนจะไปดูวิธีแก้ปัญหา เราควรเข้าใจสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ Google Drive ของเราเต็มเร็วเสียก่อน โดยปกติแล้ว บัญชี Google ส่วนบุคคลจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 15GB ซึ่งพื้นที่นี้ไม่ได้ใช้สำหรับ Google Drive เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้งานร่วมกันของ 3 บริการหลัก ได้แก่:</p>
<ul>
<li><strong>Google Drive:</strong> ไฟล์เอกสาร, PDF, รูปภาพ, วิดีโอ และไฟล์อื่นๆ ที่คุณอัปโหลดหรือสร้างขึ้น รวมถึงไฟล์สำรองข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ</li>
<li><strong>Gmail:</strong> อีเมลและไฟล์แนบทั้งหมดที่อยู่ในกล่องจดหมายของคุณ</li>
<li><strong>Google Photos:</strong> รูปภาพและวิดีโอที่สำรองข้อมูลด้วยคุณภาพดั้งเดิม (Original quality)</li>
</ul>
<p>ด้วยเหตุนี้ ไฟล์แนบขนาดใหญ่ในอีเมลเก่าๆ หรือวิดีโอความละเอียดสูงที่คุณสำรองไว้ จึงเป็นตัวการหลักที่ทำให้พื้นที่ 15GB หมดไปอย่างรวดเร็ว</p>
<h2>ขั้นตอนแรก: ตรวจสอบว่าอะไรใช้พื้นที่เยอะที่สุด</h2>
<p>ก่อนจะเริ่มลบไฟล์ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าบริการไหนหรือไฟล์ประเภทใดที่ใช้พื้นที่ของคุณไปมากที่สุด Google มีเครื่องมือที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ง่ายๆ</p>
<ol>
<li>ไปที่หน้า <a href="https://one.google.com/storage" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">Storage management ของ Google One</a> (ไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ใช้ได้)</li>
<li>ระบบจะแสดงแผนภูมิวงกลมว่าพื้นที่ถูกใช้ไปกับ Google Drive, Gmail, และ Google Photos เท่าไหร่</li>
<li>เลื่อนลงมาด้านล่าง จะพบกับส่วน &#8216;Free up account storage&#8217; ซึ่ง Google จะแนะนำรายการไฟล์ที่ควรลบ เช่น ไฟล์ขนาดใหญ่, อีเมลพร้อมไฟล์แนบขนาดใหญ่, และไฟล์ในถังขยะ</li>
</ol>
<p>การตรวจสอบนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเริ่มจัดการจากส่วนไหนก่อน เพื่อให้ได้พื้นที่กลับคืนมามากที่สุด</p>
<h2>3 วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive และเคลียร์ไฟล์ขยะ</h2>
<p>เมื่อรู้แล้วว่าพื้นที่ส่วนใหญ่หายไปไหน ก็ถึงเวลาลงมือจัดการ บทความนี้ขอแนะนำ 3 วิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive ที่สามารถทำได้ทันทีและเห็นผลรวดเร็ว</p>
<h3>1. ค้นหาและลบไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น</h3>
<p>นี่คือวิธีที่ได้ผลเร็วที่สุด โดยเฉพาะไฟล์วิดีโอ, ไฟล์ ZIP, หรือไฟล์งานนำเสนอที่มีรูปภาพเยอะๆ</p>
<ul>
<li><strong>ใน Google Drive:</strong> ที่หน้า Drive บนคอมพิวเตอร์ คลิกที่ &#8216;Storage&#8217; (พื้นที่เก็บข้อมูล) ที่เมนูด้านซ้าย ระบบจะเรียงไฟล์ทั้งหมดตามขนาดจากมากไปน้อย ให้คุณตรวจสอบและลบไฟล์ที่ไม่ต้องการแล้ว</li>
<li><strong>ใน Gmail:</strong> ในช่องค้นหาของ Gmail พิมพ์ว่า `has:attachment larger:10M` แล้วกด Enter เพื่อค้นหาอีเมลที่มีไฟล์แนบใหญ่กว่า 10MB จากนั้นไล่ลบอีเมลที่ไม่สำคัญ</li>
<li><strong>จัดการไฟล์ซ้ำซ้อน:</strong> บางครั้งเราอาจมีไฟล์เดียวกันเก็บไว้หลายเวอร์ชัน ลองใช้ช่องค้นหาเพื่อหาไฟล์ที่มีชื่อคล้ายกันและเก็บไว้เฉพาะเวอร์ชันล่าสุด</li>
</ul>
<p>นอกจากการลบไฟล์แล้ว การจัดการสิทธิ์เข้าถึงก็เป็นเรื่องสำคัญ <a href="https://zeno.co.th/how-to-share-google-drive-files-securely/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">เรียนรู้วิธีแชร์ไฟล์ Google Drive อย่างปลอดภัย</a> เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟล์ที่ไม่ต้องการเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว</p>
<h3>2. จัดการพื้นที่ที่ซ่อนอยู่: ถังขยะและข้อมูลแอป</h3>
<p>หลายคนมักลืมไปว่าการกดลบไฟล์ไม่ได้ทำให้พื้นที่เพิ่มขึ้นทันที เพราะไฟล์จะถูกย้ายไปที่ถังขยะก่อน</p>
<ul>
<li><strong>ล้างถังขยะ (Trash/Bin):</strong> ไปที่เมนู &#8216;Trash&#8217; หรือ &#8216;ถังขยะ&#8217; ใน Google Drive และ Gmail จากนั้นคลิก &#8216;Empty Trash&#8217; หรือ &#8216;ล้างถังขยะ&#8217; เพื่อลบไฟล์ทั้งหมดอย่างถาวรและได้พื้นที่คืนมา</li>
<li><strong>ตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ:</strong> บางแอปพลิเคชันที่คุณอนุญาตให้เข้าถึง Google Drive อาจสร้างข้อมูลที่ซ่อนอยู่ได้ ไปที่ Settings (การตั้งค่า) &gt; Manage Apps (จัดการแอป) เพื่อดูว่ามีแอปไหนที่ใช้พื้นที่อยู่และยกเลิกการเชื่อมต่อหากไม่จำเป็น</li>
</ul>
<h3>3. จัดการพื้นที่ Google Photos</h3>
<p>สำหรับคนที่ใช้ Google Photos สำรองรูปภาพและวิดีโอ นี่คืออีกหนึ่งจุดใหญ่ที่ใช้พื้นที่เยอะ</p>
<ul>
<li><strong>เปลี่ยนคุณภาพการสำรองข้อมูล:</strong> หากคุณไม่ได้ต้องการเก็บไฟล์คุณภาพสูงสุด การเปลี่ยนการตั้งค่าสำรองข้อมูลเป็น &#8216;Storage saver&#8217; (คุณภาพสูง) จะช่วยให้รูปภาพที่อัปโหลดหลังจากนี้ไม่นับรวมในโควต้า 15GB (ตามนโยบายก่อนหน้าเดือนมิถุนายน 2021)</li>
<li><strong>ลบวิดีโอที่ไม่ต้องการ:</strong> วิดีโอใช้พื้นที่มากกว่ารูปภาพหลายเท่า ลองเข้าไปที่ Google Photos และค้นหาวิดีโอเก่าๆ ที่ไม่ต้องการเพื่อลบออก โดยเฉพาะวิดีโอความยาวหลายนาที</li>
</ul>
<p>การจัดการรูปภาพและวิดีโอเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือกระหว่างบริการต่างๆ <a href="https://zeno.co.th/google-drive-vs-icloud-photo-storage-comparison/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">ซึ่งการเปรียบเทียบระหว่าง Google Drive และ iCloud ก็มีผลต่อการจัดการพื้นที่ในระยะยาว</a></p>
<h2>จัดระเบียบไฟล์ให้หาเจอง่าย: เทคนิคจัดการหลังเคลียร์พื้นที่</h2>
<p>หลังจากได้พื้นที่คืนมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดระเบียบเพื่อไม่ให้ปัญหานี้กลับมาอีก และเพื่อให้คุณทำงานได้สะดวกขึ้น</p>
<ul>
<li><strong>สร้างโครงสร้างโฟลเดอร์ที่ชัดเจน:</strong> แบ่งโฟลเดอร์หลักตามประเภทงานหรือโปรเจกต์ เช่น &#8216;งาน&#8217;, &#8216;ส่วนตัว&#8217;, &#8216;การเงิน&#8217; และสร้างโฟลเดอร์ย่อยลงไปอีกชั้น เช่น &#8216;งาน/โปรเจกต์ A/เอกสาร&#8217;</li>
<li><strong>ใช้ระบบการตั้งชื่อไฟล์ที่เป็นมาตรฐาน:</strong> กำหนดรูปแบบการตั้งชื่อไฟล์ให้เหมือนกัน เช่น &#8216;YYYY-MM-DD_ชื่องาน_เวอร์ชัน&#8217; (เช่น 2023-10-27_Presentation_v2.pptx) จะช่วยให้ค้นหาและเรียงลำดับได้ง่าย</li>
<li><strong>ใช้สีและติดดาว (Star):</strong> ใช้ฟีเจอร์เปลี่ยนสีโฟลเดอร์เพื่อแยกแยะประเภทงาน และติดดาวให้กับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ใช้งานบ่อยๆ เพื่อให้เข้าถึงได้เร็วจากเมนู &#8216;Starred&#8217;</li>
<li><strong>ใช้ประโยชน์จากช่องค้นหาขั้นสูง:</strong> เรียนรู้การใช้คำสั่งค้นหา เช่น `type:pdf` เพื่อหาไฟล์ PDF ทั้งหมด หรือ `owner:me` เพื่อหาไฟล์ที่คุณเป็นเจ้าของ</li>
</ul>
<p><a href="https://zeno.co.th/how-to-setup-google-2fa-account-security/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">อ่านเพิ่ม: วิธีตั้งค่า 2 ชั้น (2FA) ให้บัญชี Google ปลอดภัยขึ้นใน 5 นาที</a></p>
<h2>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</h2>
<h3>ลบไฟล์ใน Google Drive แล้วทำไมพื้นที่ไม่เพิ่ม?</h3>
<p>สาเหตุหลักคือไฟล์เหล่านั้นยังอยู่ในถังขยะ (Trash) คุณต้องเข้าไปที่เมนูถังขยะและสั่งลบไฟล์อย่างถาวร (Empty Trash) เพื่อให้ได้พื้นที่คืนมา โดยปกติไฟล์ในถังขยะจะถูกลบอัตโนมัติหลังผ่านไป 30 วัน</p>
<h3>พื้นที่ 15GB ฟรี ใช้กับอะไรบ้าง?</h3>
<p>พื้นที่ฟรี 15GB จะถูกใช้ร่วมกันระหว่าง 3 บริการหลักของ Google คือ Google Drive (สำหรับไฟล์ต่างๆ), Gmail (สำหรับอีเมลและไฟล์แนบ), และ Google Photos (สำหรับรูปภาพและวิดีโอที่สำรองข้อมูลด้วยคุณภาพดั้งเดิม)</p>
<h3>ไฟล์ที่คนอื่นแชร์ให้เรา (Shared with me) กินพื้นที่ของเราไหม?</h3>
<p>ไม่กินครับ ไฟล์ที่อยู่ในส่วน &#8216;Shared with me&#8217; จะใช้พื้นที่ของเจ้าของไฟล์เท่านั้น แต่ถ้าคุณสร้างสำเนา (Make a copy) ของไฟล์นั้นมาไว้ในไดรฟ์ของคุณเอง สำเนานั้นจะเริ่มใช้พื้นที่ของคุณทันที</p>
<h3>วิธีไหนเร็วที่สุดในการหาไฟล์ใหญ่ๆ มาลบ?</h3>
<p>วิธีที่เร็วที่สุดคือเข้าไปที่หน้าจัดการพื้นที่ของ Google One Storage หรือคลิกที่เมนู &#8216;Storage&#8217; ใน Google Drive บนคอมพิวเตอร์ ระบบจะแสดงรายการไฟล์ทั้งหมดโดยเรียงตามขนาดจากใหญ่ที่สุดไปเล็กที่สุด ทำให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจลบได้ทันที</p>
<h3>ถ้าเคลียร์หมดแล้วแต่พื้นที่ยังไม่พอ ควรทำอย่างไร?</h3>
<p>หากคุณจัดการไฟล์อย่างเต็มที่แล้วแต่ยังต้องการพื้นที่เพิ่ม การอัปเกรดแผนบริการเป็น Google One คือทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลายราคา เริ่มต้นที่ 100GB ต่อเดือนในราคาที่ไม่สูงมากนัก</p>
<p>การจัดการพื้นที่ Google Drive ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องเข้าใจว่าอะไรกำลังใช้พื้นที่ของคุณ และสละเวลาเคลียร์ไฟล์ที่ไม่จำเป็นพร้อมจัดระเบียบอย่างสม่ำเสมอ การทำตามวิธีเพิ่มพื้นที่ Google Drive ที่แนะนำไป จะช่วยให้คุณมีพื้นที่ว่างสำหรับไฟล์สำคัญและทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องกังวลกับปัญหาพื้นที่เต็มอีกต่อไป</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
